นจางๆ ลอยออกมาพร้อมไอร้อน
ในเวลานี้เอง ชายหนุ่มผู้นั้นทำการตอบโต้ออกมา เขาวางหมากตัวหนึ่งไปบนมุมขวาของกระดาน
มือที่ถือถ้วยชาของมหาบัณฑิตกัวพลันชะงักเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นคร่ำเคร่งอย่างมาก มิได้ผ่อนคลายเหมือนก่อนหน้า
……
……
ต็อก…ต็อก…นี่มิใช่เสียงเดินของเวลา หากแต่เป็นเสียงตัวหมากที่วางลงไปบนกระดาน
แสงอาทิตย์ยังคงเคลื่อนคล้อย ท้องฟ้ายามเย็นค่อยๆ สลัว ทัศนวิสัยเริ่มไม่ชัดเจน มีคนเตรียมโคมไฟเอาไว้แล้ว บนถนนพลันสว่างคล้ายเวลากลางวัน
การประลองดำเนินมาถึงช่วงกลางกระดาน ตัวหมากที่อยู่บนกระดานมีจำนวนเยอะขึ้นเรื่อยๆ สถานการณ์บนกระดานมีความซับซ้อนอย่างมาก แต่สำหรับยอดฝีมือทางวิถีหมากล้อมที่คอยชมการประลองเหล่านั้น นี่กลับทำให้พวกเขามองเห็นได้ชัดขึ้น
พวกเขาพากันขยับไปยืนอยู่ฝั่งเดียวกับมหาบัณฑิตกัว ครุ่นคิดว่าจะแก้สถานการณ์บนกระดานที่อยู่ตรงหน้าอย่างไร
บางคนขมวดคิ้วขึ้นมา บางคนกัดนิ้วมือของตัวเอง บางคนหยิบพัดขึ้นมาพัดไม่หยุด ทั้งๆ ที่อยู่ในค่ำคืนฤดูใบไม้ผลิที่หนาวเล็กน้อยก็ตาม บ่างคนส่ายศีรษะอย่างเศร้าสร้อย
แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือสีหน้าของพวกเขาดูเคร่งเครียดอย่างมาก คล้ายกับมหาบัณฑิตกัวที่กำลังครุ่นคิดอยู่ในขณะนี้
เจ้าล่าเยวี่ยยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน มองดูสีหน้าท่าทางของคนที่อยู่รายรอบแผงหมากล้อม รู้สึกไม่ค่อยเข้าใจ จากนั้นสายตาก็เลื่อนมองไปที่ตัวจิ๋งจิ่วอีกครั้ง
มีเพียงนาง