วและชายหนุ่มผู้นั้นนั่งอยู่กันคนละฝั่งของโต๊ะ ถึงได้รู้ว่าที่แท้ข่าวลือเป็นความจริง ในใจรู้สึกตื่นเต้นเป็นยิ่งนัก ทว่ากลับต้องรีบปิดปากลง มิกล้าส่งเสียงใดๆ ออกมา เพื่อจะได้ไม่รบกวนทั้งสองคน เพียงแต่เมื่อเห็นชายหนุ่มที่สวมหมวกลี่เม่าที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะ ก็อดรู้สึกสงสัยไม่ได้ ในใจครุ่นคิดว่าคนผู้นี้คือใคร?
ชายหนุ่มผู้นั้นหลับตา คล้ายมิได้รับผลกระทบใดๆ
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง มหาบัณฑิตกัวลืมตาขึ้นมา กล่าวว่า “เริ่มเถอะ”
สายตาเขาคล้ายบ่อน้ำลึก เยือกเย็นสุขุม
ชายหนุ่มลืมตา กล่าวว่า “เชิญ”
สิ้นเสียงเชิญ เขาก็ทิ้งหมากดำเอาไว้ให้อีกฝ่ายโดยไม่ปล่อยให้มีโอกาสได้กล่าวอะไร
เหล่ายอดฝีมือทางวิถีหมากล้อมที่ตั้งใจเดินทางมาดูการประลองครั้งนี้ต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก ในใจครุ่นคิดว่าช่างหยิ่งยโสเชื่อมั่นในตัวเองเหมือนดั่งที่ร่ำลือกันจริงๆ
มหาบัณฑิตกัวยังคงเยือกเย็น มิได้มีอาการโกรธหลังจากที่โดนดูถูก แล้วก็มิได้มีความรู้สึกยินดีที่เป็นฝ่ายได้เปรียบ เขาคีบหมากขึ้นมาเม็ดหนึ่ง ก่อนจะวางลงไปบนกระดานเบาๆ
ชายหนุ่มหยิบหมากขึ้นมาเม็ดหนึ่ง ก่อนจะวางลงไปยังอีกที่หนึ่งบนกระดาน
หลายคนต่างสังเกตเห็นรายละเอียดที่แตกต่างกันบางอย่าง
มหาบัณฑิตกัวใช้นิ้วกลางกับนิ้วชี้คีบหมากขึ้นมา วางลงอย่างแผ่วเบา การเคลื่อนไหวดูสง่างาม คล้ายกับกิ่งหลิวที่แตะลงไปบนผิวน้ำ มิได้ส่งเสียงใดๆ ออกมา
ชายหนุ่มนั้นใช้นิ้วสามนิ้วคีบหมากเอาไว้ ก่อนจะวา