ม่อยากได้ยินคำตอบที่ไม่ดี แล้วก็ไม่รู้ว่าหากเป็นคำตอบนั้นขึ้นมาจริงๆ ข้าควรจะทำอย่างไร”
ขณะที่กล่าวประโยคนี้ ท่าทางของเจ้าล่าเยวี่ยดูขลาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย
หากเหล่าศิษย์ชิงซานได้มาเห็นภาพนี้ พวกเขาจะต้องตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออกแน่
นี่มิใช่เรื่องที่ควรจะเกิดขึ้นกับเจ้าล่าเยวี่ย
จิ๋งจิ่วเข้าใจความรู้สึกของนาง จึงกล่าวว่า “ข้ารับปากเจ้า จะต้องเป็นคำตอบที่ดีอย่างแน่นอน”
เจ้าล่าเยวี่ยตกตะลึง ไม่กล้าที่จะคิดให้ลึกลงไป นางกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ดี”
จิ๋งจิ่วกล่าว “แค่นี้ก็พอ?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวอย่างจริงจัง “เจ้าเป็นใครไม่สำคัญ ข้ารู้เพียงว่าเจ้าคือคนที่สำคัญต่อข้าอย่างมาก”
จิ๋งจิ่วครุ่นคิด กล่าวว่า “ข้าก็ว่าอย่างนั้น”
เจ้าล่าเยวี่ยมองเขาพลางหัวเราะขึ้นมา ดอกไม้เล็กๆ ที่เสียบอยู่ตรงขมับขยับขึ้นมาเบาๆ ตามแรงลม
จิ๋งจิ่วยื่นมือไปลูบศีรษะของนาง
เจ้าล่าเยวี่ยลืมตาโต สีดำขาวภายในดวงตาแบ่งชัดเจน ดูมีชีวิตชีวาอย่างมาก ช่างมีเสน่ห์ยิ่งนัก
จิ๋งจิ่วครุ่นคิด อีกประเดี๋ยวคงจะได้ยินคำพูดติดปากของสำนักชิงซานประโยคนั้น
“อย่าทำแบบนี้”
เจ้าล่าเยวี่ยมิได้โกรธ แต่กลับดูกระอักกระอ่วนขึ้นมา
นางจับมือของเขาลงมาจากบนศีรษะอย่างระมัดระวัง
หลังจากนั้นก็มิได้ปล่อย
นางจูงมือเขาเดินขึ้นมาจากบันได้หิน ก่อนจะเดินไปยังถนนที่อยู่บนสวนดอกเหมยเส้นนั้น
ในหลายปีที่ผ่านมานี้ พวกเขาท่องไปบนแผ่นดิน ในบางครั้งเมื่อจำเป็นต้องขี่กระบี่ ม