ประตูไม้เปิดออก จิ๋งจิ่วเดินออกมา
เด็กรับใช้ได้ยินเสียงไอดังออกมาจากภายในห้อง จึงรู้สึกตกใจ รีบลุกขึ้นวิ่งเข้าไป
เสียงไอดังสะท้อนไปมาภายในห้อง กระดาษสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะ ตัวหนังสือยังเขียนไม่เสร็จ ด้านบนมีหยดเลือดกระจายเปรอะเปื้อน ดูคล้ายดอกเหมย
เทียนจิ้นเหรินใบหน้าขาวซีด ดูเจ็บปวดอย่างมาก
เด็กรับใช้สีหน้าซีดเผือด กล่าวถามเสียงสั่นว่า “ท่านอาจารย์! ท่านอาจารย์! ท่านเป็นอะไรขอรับ!”
เทียนจิ้นเหรินมิได้สนใจเขา หากแต่จ้องมองไปยังทิศทางที่จิ๋งจิ่วเดินออกไป หอบหายใจไม่หยุด ดวงตาที่ไม่มีตาดำ ดูแล้วคล้ายกับปลาตายอย่างไรอย่างนั้น
“แสงสีเงินที่สว่างเจิดจ้า…ทุกอย่างล้วนแต่เป็นแสงสีเงิน…เจ้าเป็นใครกันแน่?”
นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กรับใช้ได้เห็นผู้เป็นนายของตนมีสีหน้าสับสนเช่นนี้ เขากล่าวถามอย่างหวาดกลัวว่า “ท่านอาจารย์ พวกเรากลับกันดีไหมขอรับ?”
ผ่านไปครู่หนึ่ง ในที่สุดเทียนจิ้นเหรินก็สงบสติอารมณ์ลง เขาส่ายศีรษะยังยากลำบาก
จิ๋วจิ๋วมองวิธีการโจมตีของเขาออก หลังจากนี้สำนักชิงซานอาจจะมีการโต้ตอบกลับมา
เนื่องด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาจึงมิได้กังวลในจุดนี้ เพียงแต่กำลังตกตะลึงว่าจิ๋งจิ่วมองวิธีการโจมตีของตนออกได้อย่างไร แล้วทำลายมันลงได้อย่างไร
……
……
ก็เหมือนอย่างที่เทียนจิ้นเหรินกล่าวมา ช่วงเวลาในการบำเพ็ญพรตของจิ๋งจิ่วยังสั้น สภาวะยังห่างชั้นกับเขามากนัก
หากเทียนจิ้นเหรินเลือกใช้สภาวะการบำเพ็ญเพียรมาโจม