การนิ่งเงียบนี้มิได้เป็นเพราะคำถามนี้ยากที่จะตอบได้ หากแต่เป็นเพราะมันเหนือความคาดหมาย
เทียนจิ้นเหรินจำเป็นต้องคิดให้เข้าใจถึงเจตนาที่แท้จริงของจิ๋งจิ่วในการถามคำถามนี้
คนอย่างลั่วไหวหนาน หากทราบคำถามของเขาก็จะมีโอกาสเข้าใกล้ความลับของเขา นี่ย่อมต้องเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก
แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ไม่มีใครที่จะเอาโอกาสที่สำคัญเช่นนี้ไปใช้สืบความลับของผู้อื่น
จนกระทั่งตอนนี้ เทียนจิ้นเหรินยังคงคิดว่าเมื่อครู่นี้จิ๋งจิ่วแสร้งทำเป็นต้องการเดินจากไป เพื่อที่จะทำให้เขารู้สึกสนใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น
เขาไม่เชื่อว่าจะมีคนที่ไม่เสียดายโอกาสในการได้รับคำชี้แนะจากตน
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ เทียนจิ้นเหรินค่อยๆ วางพู่กันลงบนจานฝนหมึก ก่อนกล่าวประโยคหนึ่งว่า
“ล่วงรู้ความลับของผู้อื่น ย่อมต้องมีความได้เปรียบมากขึ้น แต่บนโลกนี้ไหนเลยจะมีเรื่องที่สำคัญกว่าการรู้จักตัวเอง และคว้าอนาคตเอาไว้ได้?”
น้ำและน้ำหมึกในจานฝนหมึกที่แยกตัวจากกัน ถูกปลายพู่กันที่จุ่มลงไปกวนเข้าด้วยกันอีกครั้ง มิได้แยกตัวเป็นสีขาวดำอีก
“เรื่องของตัวเองยังต้องถามผู้อื่น เช่นนั้นถือล้มเหลวอย่างมาก”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าเคยล้มเหลวมาก่อน ไม่ชอบความรู้สึกนั้น”
เทียนจิ้นเหรินมั่นใจแล้วว่าเขามิได้สนใจโอกาสนี้จริงๆ
เป็นความเงียบสงบอันยาวนานอีกครั้ง