เทียนจิ้นเหรินพลันพูดถึงเรื่องอื่นขึ้นมา “หากความรู้สึกของข้าไม่ผิด เจ้าน่าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงใบหน้า หากแต่เป็นชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปี”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ถูกต้อง”
เทียนจิ้นเหรินกล่าวอย่างเฉยฉา “เช่นนี้แล้ว เมื่ออยู่ต่อหน้าคนแก่อย่างข้า เจ้าจะต่างอะไรกับเด็กทารกที่เปลือยกายล่อนจ้อน?”
คำพูดมิได้กล่าวชัดเจน แต่ความหมายกลับชัดเจนอย่างมาก
ดวงตาเขามองไม่เห็นสรรพสิ่ง แต่ขอเพียงจำเป็นต้องมอง ก็สามารถมองทะลุการเสแสร้งอำพรางทุกอย่าง แม้นจะเป็นความลับของสวรรค์ก็ตาม
เพราะเขาคือเทียนจิ้นเหริน
จิ๋งจิ่วกล่าว “ท่านแน่ใจจริงหรือว่าจะลองดูข้า?”
เทียนจิ้นเหรินกล่าว “ถูกต้อง หรือว่าเจ้าไม่กล้า?”
จิ๋งจิ่วมองเขาพลางกล่าว “ท่านแบกรับไหวหรือ?”
เทียนจิ้นเหรินกล่าว “กระทั่งวิถีแห่งสวรรค์ข้ายังกล้าดูมาแล้ว นับประสาอะไรกับชายหนุ่มผู้หนึ่ง”
ครั้นกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็เงยหน้าขึ้นมา มองไปทางจิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วมิได้หลบ หากแต่มองตอบกลับไปอย่างเงียบๆ
เมื่อเงยหน้าขึ้นมา รอยเหี่ยวย่นบนหน้าผากของชายชราแปรเปลี่ยนเป็นลึกขึ้น
ดวงตาของเขามืดบอดไปนานแล้ว เหลือเพียงแค่ลูกตาที่เป็นสีขาว ไม่มีตาดำ ดูคล้ายหยกทรงกลมที่ฝังลงไปพร้อมกับศพในสุสาน
ดวงตาคู่นี้แปลกประหลาดยิ่งนัก คล้ายดั่งมีเวทมนตร์อะไรบางอย่าง สามารถดูดกลืนแสงสว่างทั้งหมด รวมไปถึงแววตาด้วย
สายตาของจิ๋งจิ่วค่อยๆ เฉยชาขึ้น จากนั้นมิได้เปลี่ยนแปลงอีก