เดิมลิขิตสวรรค์นั้นไม่เกี่ยวข้องกับโลกมนุษย์
โชคชะตาของมนุษย์ผูกอยู่กับตัวเสินหวงแต่เพียงผู้เดียว ทุกเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ สามารถเรียกได้ว่าเป็นลิขิตสวรรค์
สิ่งที่ชายหนุ่มชุดแพรผู้นั้นอยากถามคือเรื่องสืบทอดราชบัลลังก์ สิ่งที่พระสนมหูต้องการถามคือเรื่องลูก นั่นล้วนแต่เกี่ยวพันถึงลิขิตสวรรค์
แต่เทียนจิ้นเหรินใช้คำพูดแบบเดียวกันปฏิเสธคำขอเข้าพบของคนสองคน ในคำพูดนั้นมีความหมายอะไรที่ลึกซึ้งแอบซ่อนอยู่กันแน่?
“เป็นแค่วิธีที่พวกหมอดูชอบใช้บ่อยๆ เท่านั้น ข้าเคยบอกแล้ว คนที่อยู่ในกระท่อมผู้นั้นขู่คนเก่ง”
จิ๋งจิ่วกล่าวกับเจ้าล่าเยวี่ย
เจ้าล่าเยวี่ยคิดในใจว่าง่ายๆ เพียงเท่านั้นจริงหรือ?
เด็กรับใช้โมโหเป็นยิ่งนัก กล่าวว่า “ขนาดองค์ฝ่าบาทเสินหวงและท่านเทพกระบี่ยังให้ความเคารพต่อท่านอาจารย์อย่างมาก แล้วเจ้าเป็นใคร? เหตุใดจึงเสียมารยาทต่อท่านอาจารย์ถึงเพียงนี้!”
จิ๋งจิ่วกล่าวอย่างสงบนิ่งว่า “หากไม่ใช่ลูกไม้ของท่านอาจารย์หมอดู แล้วสองประโยคนั้นจะอธิบายว่าอย่างไร?”
เด็กรับใช้ยิ้มเยาะกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ทรงความรู้ ในคำพูดย่อมต้องมีความหมายลึกซึ้ง ไหนเลยที่คนธรรมดาอย่างพวกเจ้าจะเข้าใจได้”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ลิขิตสวรรค์มีเพียงหนึ่ง แล้วจะมาจากไหนสองประโยค? หากคำพูดที่ท่านอาจารย์ของเจ้ากล่าวมีความหมายลึกซึ้งจริง อย่างนั้นข้าก็สามารถสงสัยได้ใช่ไหมว่าเขาคิดจะก่อความวุ่นวายขึ้นในวัง?”