เด็กรับใช้ได้ยินเช่นนี้จึงพูดอะไรไม่ออก เขาไหนเลยจะล่วงรู้ถึงความคิดของท่านอาจารย์ แล้วไหนเลยจะกล้าพูดตอบโต้ออกไปตามอำเภอใจ จึงได้แต่ส่งเสียงเหอะออกมา มิได้สนใจจิ๋งจิ่วอีก จากนั้นหมุนตัวมองไปทางสาวน้อยเซ่อเซ่อ
เมื่อเห็นสีหน้าของเด็กรับใช้ เซ่อเซ่อก็รู้ว่าเขาเตรียมจะกล่าวอะไร จึงรู้สึกผิดหวังยิ่งนัก ไหนเลยจะยอมจากไปง่ายๆ แบบนี้ คิ้วเรียวเล็กเลิกขึ้นเตรียมโวยวาย
เด็กรับใช้กล่าว “ท่านอาจารย์บอกว่า มารดาของเจ้าจะแต่งงานเมื่อไหร่ ก็ต้องดูว่าเหล่าไท่จวินเบื่อหน่ายโลกนี้เมื่อไหร่”
ครั้นได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาของเซ่อเซ่อพลันเป็นประกาย จึงถามต่อว่า “เช่นนั้นคือเมื่อไหร่?”
คำว่าเบื่อหน่ายโลกนี้ที่ว่านั้นหมายถึงจากลาโลกนี้ไป
เซ่อเซ่อไม่ชื่นชอบย่าของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่านางจะจากโลกนี้ไปเร็ว สิ่งที่ตัวเองอยากรู้จริงๆ นั้นคือเรื่องอื่น
เด็กรับใช้กล่าวว่า “อย่างน้อยก็อีกสิบปี”
สาวน้อยลองคำนวณ หลังจากนี้อีกสิบปีตนเองก็เติบโตแล้ว มาตรว่าท่านแม่คิดจะแต่งงานใหม่ ถึงตอนนั้นตัวเองก็มีความสามารถมากพอที่จะช่วยดูหรือว่าห้ามปรามได้
คำถามได้รับคำตอบ สีหน้าดูดีใจขึ้นมา นางกล่าวอะไรกับเจ้าล่าเยวี่ยสองสามประโยค นัดหมายเวลาที่จะเจอกันหลังจากนี้ จากนั้นเดินออกจากป่าเหมยไปพร้อมกับหญิงสาวผู้นั้น
ในป่าเหมยเหลือเพียงจิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยสองคน