เด็กรับใช้มิได้กล่าวกระไรอีก หากแต่ผายมือเชิญเจ้าล่าเยวี่ยเข้าไป
ครั้งนี้เจ้าล่าเยวี่ยไม่ได้มองจิ๋งจิ่ว หากแต่เดินตรงเข้าไปในกระท่อมทันที
เวลาไหลผ่านไปอย่างแช่มช้า แสงแดดที่อยู่ระหว่างกิ่งไม้เปลี่ยนแปลงรูปร่าง
จิ๋งจิ่วยืนอยู่หน้ากระท่อมอย่างเงียบๆ มิได้ครุ่นคิดอะไร
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ เด็กรับใช้ผู้นั้นเดินออกมาด้านนอกกระท่อม มายืนอยู่ตรงหน้าเขา
จิ๋งจิ่วมองเขา มิได้กล่าวกระไร
เด็กรับใช้เข้าใจความหมายของเขา กล่าวว่า “เพื่อนของเจ้าออกมาจากกระท่อมแล้ว รออยู่ทางด้านนั้น”
จิ๋งจิ่วเดินไปทางด้านนั้น
เด็กรับใช้ตกตะลึง ผ่านไปครู่หนึ่งจึงได้สติขึ้นมา จึงรีบตะโกนขึ้นมาว่า “ช้าก่อน”
จิ๋งจิ่วหยุดฝีเท้า
เด็กรับใช้รีบเดินตามไป ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “เจ้าโชคดีมาก วันนี้ยังเหลือสิทธิ์เข้าพบอาจารย์อีกหนึ่งคน ตกเป็นของเจ้าพอดี”
เขาไม่เข้าใจ ตนเองได้บอกกล่าวแก่ท่านอาจารย์ถึงความไร้มารยาทก่อนหน้านี้ของผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มผู้นี้ ทว่าท่านอาจารย์ไม่เพียงไม่โกรธ แต่กลับยังต้องการจะเจอหน้าอีกฝ่ายด้วย
เพราะต่อให้เป็นกั๋วกงที่อยู่ในราชสำนักเหล่านั้น ท่านอาจารย์ก็แทบจะไม่สนใจ
สิ่งที่ทำให้เด็กรับใช้ยิ่งรู้สึกตกใจก็คือ จิ๋งจิ่วได้ยินคำพูดของเขาแล้วกลับไม่ยอมหมุนตัวกลับมา หากแต่ยกเท้าเดินต่อไปทางด้านนอกสวนดอกเหมย
“เฮ้ย! เจ้าทำอะไร?”