เด็กรับใช้ทั้งตกใจและไม่เข้าใจ ทั้งรู้สึกเหลวไหลยิ่งนัก เขาส่งเสียงตะโกนอยู่ด้านหลังไม่หยุด
จิ๋งจิ่วมิได้สนใจ เขาสืบเท้าเดินมาจนถึงริมทะเลสาบ เตรียมจะเดินทะลุศาลาที่มีใบไม้ทับถมหลายสิบใบหลังนั้น
ทันใดนั้นเอง เสียงที่นุ่มลึกและผ่านโลกมาอย่างโชกโชนเสียงหนึ่งดังขึ้นมาข้างหูของเขา
“เจ้าไม่อยากรู้เบาะแสของจิ่งหยางจริงๆ หรือ?”
……
……
จิ๋งจิ่วหยุดฝีเท้า มองดูใบไม้ที่ถูกลมพัดจนปลิวร่วงลงมาจากบนศาลา นิ่งเงียบไม่กล่าวกระไร
เขารู้ว่านอกจากตัวเองแล้ว ไม่มีใครที่จะได้ยินเสียงนี้อีก
หลบหนีออกมาจากช่องว่างของฟ้าดิน ส่งความคิดเข้ามาในหู จิตจำแนกของอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก กระทั่งผู้อาวุโสขั้นแหวกทะเลของสำนักชิงซานเหล่านั้นก็ยังไม่อาจเทียบได้
แต่นี่ไม่เพียงพอจะทำให้เขาหยุดฝีเท้า
เหตุผลที่ทำให้เขาหยุดฝีเท้าก็คือคำถามนี้
ทั่วทั้งโลกล้วนแต่คิดว่านักพรตจิ่งหยางบรรลุเป็นเซียนไปแล้ว มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง
อย่างเช่นเจ้าล่าเยวี่ย แล้วก็คนสำคัญสองสามคนในสำนักชิงซาน แน่นอนว่ายังมีเขาด้วย
หากยังมีคนอื่นที่รู้ว่านักพรตจิ่งหยางบรรลุเป็นเซียนล้มเหลว เช่นนั้นคนเหล่านั้นก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน
คนเหล่านั้นอาจจะเป็นคนวางแผน หรืออาจจะเป็นคนที่คอยช่วยเหลือ แต่ไม่ว่าอย่างไร คนเหล่านั้นก็ล้วนแต่เป็นคนที่เขากำลังตามหาอยู่