ชายหนุ่มชุดแพรผู้นั้นกล่าวเสียดสีเล็กน้อย “กระทั่งลั่วไหวหนานที่บุ่มบ่ามมุทะลุก็ยังมิกล้าทำอะไร ดูเหมือนจิ๋งจิ่วที่ร่ำลือกันจะมีความลับอยู่มากมายจริงๆ เจ้ากังวลว่าจะถูกท่านอาจารย์เทียนมองออกสินะ?”
จิ๋งจิ่วมิได้สนใจเขา หากแต่กล่าวกับเจ้าล่าเยวี่ยว่า “กังวลเหรอ?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่”
หากอาจารย์ที่อยู่ในกระท่อมผู้นั้นสามารถทำนายอนาคต คำนวณการเกิดการตาย ชี้ทางสู่สวรรค์ได้อย่างที่ร่ำลือกันจริงๆ มีผู้ใดบ้างที่จะยอมพลาดโอกาสนี้?
แต่ภายในใจของนางก็ปิดบังความลับเอาไว้มากมาย ไม่ยินยอมที่จะถูกอาจารย์ผู้นั้นมองออก
จิ๋งจิ่วกล่าว “ความลับอะไร?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “เรื่องที่เจ้ารู้พวกนั้น”
คนหนึ่งถามคนหนึ่งตอบ ดูเป็นธรรมชาติยิ่งนัก
แต่คนที่ฟังอยู่ข้างๆ กลับรับรู้ได้ถึงความหมายอย่างอื่นอีกหลายอย่าง
อาทิความใกล้ชิดและความเชื่อใจอย่างไร้ความเคลือบแคลงสงสัย
พระสนมหูกรอกตา มิได้กล่าวกระไร
“ท่านอยากจะพูดว่าช่างเป็นคู่ชายหญิงที่ไร้ยางอายเสียจริงใช่หรือเปล่า?”
สาวน้อยเซ่อเซ่อหัวเราะฮี่ๆ พลางกล่าว
พระสนมหูยกแขนเสื้อขึ้นมาปิดปาก ยิ้มอย่างมีเสน่ห์พลางกล่าวว่า “เจ้าพูดเองนะ อย่ามาโทษข้าล่ะ”
เมื่อเห็นอากัปกิริยาที่นางแสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ชายหนุ่มชุดแพรผู้นั้นพลันขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย มิได้ปกปิดความรู้สึกรังเกียจของตนเองเลยแม้แต่นิดเดียว