หญิงสาวผู้หนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา ร่างกายที่ดูคล้ายอ่อนแอแผ่พลังที่แข็งแกร่งอย่างมากออกมา
หญิงสาวผู้นี้ก็คือทูตที่มาร่วมงานชุมนุมสืบทอดกระบี่ของชิงซานในคราวนั้น
ข้างกายนางมีดรุณีนางหนึ่งยืนอยู่ บนใบหน้าเล็กๆของดรุณีนางนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิด นางย่อมต้องเป็นสาวน้อยที่เคยรับปากว่าจะส่งกระดิ่งให้จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยผู้นั้น
คนที่ยืนขวางอยู่บนทางหินคือขันทีแก่ผู้หนึ่ง เขาอาจจะไม่ใช่คนที่วางข่ายพลังอันนั้นเอาไว้ แต่เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็คิดอยากจะขวางคนของสำนักเสวียนหลิงทั้งสองคนนี้เอาไว้เช่นกัน
ขันทีแก่หรี่ตาลง พลางกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบว่า “มีผู้สูงศักดิ์กำลังชมดอกไม้อยู่ในป่า โปรดรอประเดี๋ยว”
หญิงผู้นั้นยิ้มเยาะพลางกล่าวว่า “อย่าคิดว่ายกผู้สูงศักดิ์ในวังมาอ้างแล้วจะขู่พวกข้าได้นะ สวนเหมยเก่าเปลี่ยนเป็นพื้นที่หวงห้ามของราชวงศ์ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
สาวน้อยไหนเลยจะอดทนต่อไปได้ จึงกล่าวออกมาว่า “ป้าชุย มิต้องไปเสียเวลากล่าววาจาไร้สาระกับพวกเขา พวกเราเข้าไปกันเถอะ”
ขันที่แก่เงยหน้าขึ้นมา ในดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้า เขากล่าวตะคอกว่า “ใครกล้า?”
เมื่อคำสองพยางค์นี้ดังขึ้นมา บรรยากาศภายในป่าพลันแปรเปลี่ยนเป็นสับสนยุ่งเหยิง เงาคนสิบกว่าร่างปรากฏตะคุ่มๆ ขึ้นมา เมื่อดูจากไอพลังแล้วน่าจะเป็นองครักษ์ยอดฝีมือของในวัง