ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายเตรียมจะปะทะกัน พลันมีสายลมเย็นสบายสายหนึ่งปรากฏขึ้นมา ผิวน้ำเกิดระลอกคลื่นขึ้นอีกครา พัดพาลำแสงกระบี่สีแดงที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาให้กลายเป็นใบเมเปิลจำนวนนับไม่ถ้วน
ลำแสงกระบี่พลันหดกลับ ริมทะเลสาบมีร่างคนสองคนปรากฏขึ้นมา
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “ใครกล้า?”
เป็นคำสองพยางค์เช่นเดียวกัน เสียงตะคอกของขันทีแก่เต็มไปด้วยพลัง แต่น้ำเสียงของนางกลับธรรมดา เรียบง่าย มิได้มีพลังอำนาจอะไร
แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ไม่ว่าจะเป็นตัวขันทีแก่หรือเหล่าองครักษ์ที่อยู่ในป่าต่างรู้สึกว่าคำสองพยางค์ที่นางพูดออกมานี้ต่างหากถึงจะเป็นสิ่งที่รับมือได้ยากอย่างแท้จริง
พูดอีกอย่างคือ ไม่มีใครกล้าตอบคำถามนี้
ครั้นกล่าวจบประโยคนี้ เจ้าล่าเยวี่ยถึงจะนึกขึ้นมาได้ จึงปล่อยมือจิ๋งจิ่ว
สายตาของขันทีแก่มองไปยังใบหน้าของนางและจิ๋วจิ๋ว ก่อนจะครุ่นคิดถึงลำแสงกระบี่สีแดงสายนั้นอีกครั้ง จึงคาดเดาได้ถึงสถานะของอีกฝ่าย สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นคร่ำเคร่ง พร้อมรีบยกมือขึ้นมาเพื่อบอกให้องครักษ์ที่อยู่ในป่าอย่าได้ลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า
ดรุณีนางนั้นมองเห็นเจ้าล่าเยวี่ย บนใบหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มยินดี สาวน้อยกระโดดมาตรงหน้านาง พลางกุมมือของนางเอาไว้ ก่อนกล่าวถามว่า “พวกท่านมิใช่ว่าต้องอยู่ในงานชุมนุมเหมยฮุ่ยหรอกหรือ?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ข้าแวะมาดู”
“พวกท่านก็รู้แล้วอย่างนั้นหรือ?”