สาวน้อยกล่าวอย่างรู้สึกผิด “เพื่อข้อมูลนี้แล้ว สำนักข้าต้องจ่ายค่าตอบแทนไปจำนวนไม่น้อย ทั้งยังรับปากว่าจะไม่แพร่งพรายข้อมูลนี้ออกไป ข้าจึงมิสะดวกที่จะไปแจ้งท่าน”
เจ้าล่าเยวี่ยยิ้มเล็กน้อย พลางยื่นมือไปลูบศีรษะของนางเพื่อบอกว่าไม่เป็นไร
หลังลูบศีรษะเสร็จแล้ว นางถึงได้รู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา เหตุใดตนเองจึงเคยชินกับท่าทางการเคลื่อนไหวที่ใกล้ชิดเช่นนี้ นางจึงหันมองไปทางจิ๋งจิ่วทันที
ขันทีแก่เองก็มองจิ๋งจิ่ว
เมื่อใบหน้าที่ถูกยกยอไปต่างๆ นาๆ เสียจนดูเกินจริงมาปรากฏอยู่ตรงหน้า เขาถึงได้รู้ว่าคำยกยอต่างๆเหล่านั้นมิได้เกินจริงเลย
พูดให้ถูกก็คือยามเขาได้เห็นใบหน้าของจิ๋วจิ๋ว เขาถึงได้รู้ว่าความสุดยอดที่แท้จริงนั้นมันไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
แม้นตัวเขาจะเป็นขันที อีกทั้งยังแก่ชราแล้ว แต่ก็ต้องใช้แรงใจอยู่ไม่น้อยกว่าจะดึงสติกลับมาได้ เขาโค้งตัวดล่าวว่า “ขอทั้งสองท่านโปรดรอเดี๋ยวก่อน ประเดี๋ยวข้าน้อยจะไปแจ้ง…”
เมื่อแน่ใจถึงสถานะของเจ้าล่าเยวี่ยและจิ๋งจิ่ว ท่าทีของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นเคารพชื่นชมมากขึ้น ทั้งเตรียมจะให้องครักษ์เข้าไปแจ้งผู้สูงศักดิ์ที่อยู่ในป่า ทว่าเขายังไม่ทันได้กล่าวคำว่าผู้สูงศักดิ์นั้นออกมา
เพราะจิ๋งจิ่วไม่อยากจะรอแล้ว
สำหรับจิ๋งจิ่วแล้ว เวลาคือสิ่งที่ไร้ค่าที่สุด ขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดเช่นเดียวกัน