เรื่องที่ควรค่าจะเสียเวลามานั่งรอคอยนั้นมีอยู่มากมาย อาทิเช่นหิมะแรก อาทิเช่นต้นไม้แห่งเต๋างอกเงย อาทิเช่นการวางทราย อาทิเช่นสือซุ่ยกลับมา แต่ย่อมมิได้รวมไปถึงการรอคนไปแจ้งข่าวอย่างแน่นอน
เจ้าล่าเยวี่ยเองก็เป็นคนเช่นนี้เหมือนกัน
พวกเขาเดินตามทางหินเข้าไปในป่า
ขันทีแก่ลังเล แต่สุดท้ายก็มิกล้ารั้งตัวเอาไว้ จึงได้แต่ต้องเบี่ยงตัวเปิดทางให้
สาวน้อยของสำนักเสวียนหลิงจูงมือเจ้าล่าเยวี่ย พลางเดินตามเข้าไปในป่า ในขณะที่เดินผ่านขันทีแก่ผู้นั้น นางส่งเสียงเหอะออกมาอย่างสะใจ
ทางหินทอดยาวเข้าไปในส่วนลึกของป่าเหมย เห็นๆ อยู่ว่าต้นไม้มิได้หนาทึบ แต่เพียงไม่นานก็มองไม่เห็นทิวทัศน์ด้านหลังเสียแล้ว
ในส่วนลึกของป่ามีกำแพงไม้ไผ่ ทางหินทะลุกำแพงไผ่ไป ตรงเข้าไปด้านในกระท่อม
อีกฝั่งของกำแพงไผ่เงียบสงัด ดูเหมือนขันทีแก่และเหล่าองครักษ์จะมิได้รับอนุญาตให้เข้ามา
หญิงนางนั้นกล่าวอย่างอับอายเล็กน้อยว่า “ยังคงเป็นสำนักชิงซานที่ได้รับความเคารพมากกว่า”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ศิษย์พี่ชุยกล่าวหนักไปแล้ว เพียงแค่วิธีจัดการเรื่องราวของสองสำนักไม่เหมือนกันเท่านั้น”
หญิงสาวเข้าใจความหมายของนาง ในใจครุ่นคิดเป็นจริงดั่งว่า เพียงแต่มิรู้จะรับคำอย่างไร