สิ่งที่นางสนใจ หรือพูดอีกอย่างก็คือผิดหวังนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ร้อนใจอยากจะไปเจอเทียนจิ้นเหรินขนาดนี้ ยังต้องคอยให้คนอื่นช่วยยืนยันก่อนถึงจะมั่นใจได้อย่างนั้นหรือ?
เจ้าล่าเยวี่ยที่เป็นเช่นนี้ จะคู่ควรเป็นคู่ต่อสู้ของตัวเองได้อย่างไร?
……
……
ออกจากทางเดินของสวนดอกเหมยมายังด้านหลังลานเหมันต์ อ้อมโค้งสองโค้ง ร่างของจิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยก็หายไปจากสายตาทุกคน
การเดินทางด้วยกันนับหลายหมื่นลี้ได้ทำให้เกิดเป็นความเคยชินบางอย่าง มันทำให้เจ้าล่าเยวี่ยยอมรับนิสัยแปลกประหลาดของจิ๋งจิ่วได้แล้ว อย่างเช่น เขามักจะยอมเดิน แต่มิยอมขี่กระบี่ นอกเสียจากจะมีสถานการณ์พิเศษเกิดขึ้น
พวกเขาเดินอยู่บนทางขึ้นเขา พลางพูดคุยเรื่อยเปื่อย
จิ๋งจิ่วทราบว่าคนที่เจ้าล่าเยวี่ยอยากจะเจอจริงๆ มิใช่เทียนจิ้นเหริน หากแต่เป็นลั่วไหวหนานที่อาจจะกำลังพบเทียนจิ้นเหรินอยู่ — เป็นเพราะการประลองวิถีพรตที่จะจัดขึ้นในอีกหลายสิบวันหลังจากนี้
เขากล่าวว่า “หากข่าวลือเป็นจริง เจ้าก็มิใช่คู่มือของเขา”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ก็ต้องสู้ก่อนถึงจะรู้ได้”
คำพูดประโยคนี้เหมาะสมกับท่าทีที่นางมีต่อการบำเพ็ญพรตมาโดยตลอด
หนทางขึ้นสู่ฟ้าเต็มไปด้วยอุปสรรคอันตราย หากมัวแต่กลัวนั่นกลัวนี้ เช่นนั้นยังจะบำเพ็ญพรตอะไรอีก?
จิ๋งจิ่วเหลือบมองนาง มิได้กล่าวกระไร