การดีดพิณของคนผู้นี้คล้ายการวางหมากล้อมของจิ๋งจิ่ว
มือสมัครเล่น
กระท่อนกระแท่น
ไม่ไพเราะ
ไม่น่าดู
แต่กลับไร้คู่ต่อกร
จิ๋งจิ่วมองท้องฟ้า คล้ายครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ก้อนเมฆที่ไหลเอื่อยอยู่ด้านบนถูกเสียงพิณฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวเสียงเบา “มิรู้ว่าคือผู้ใด”
จิ๋งจิ่วไม่รู้ว่าคนที่ดีดพิณผู้นั้นคือใคร แต่เขารู้ว่าอีกฝ่ายมาจากไหน
เพราะเขาฟังออกถึงท่วงทำนองบางอย่างของเพื่อนเก่าจากในเสียงพิณ
“สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย”
เขากล่าว
เจ้าล่าเยวี่ยนึกถึงคำพูดที่พูดต่อๆ กันมาประโยคนั้นอีกครั้ง ยังไงผู้ชนะก็เป็นสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย
จากนั้นนางคิดถึงหญิงสาวที่มีใบหน้าธรรมดาที่ยืนอยู่บนลานเหมันต์ของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยผู้นั้นขึ้นมา
ไม่รู้เพราะเหตุใด ใจแห่งกระบี่พลันสับสนขึ้นมาเล็กน้อย นางเกิดความรู้สึกเหมือนอย่างที่จิ๋งจิ่วเพิ่งจะกล่าวไปเมื่อครู่นี้
ไม่เข้าใจนั่นแหละดีที่สุด
…………………………………………..
[1]ย่ำโลหิตแสวงหาดอกเหมย ในที่นี้หมายถึงต้องฝ่าฟันการต่อสู้อันแสนอันตรายเพื่อมุ่งไปสู่ชัยชนะ