สตรีนางนั้นกล่าวอย่างแปลกใจเล็กน้อย “เอ๋? ก็ดูดีนี่นา เห็นๆ อยู่ว่าเป็นหญิงสาวที่หน้าตาสะสวยงดงาม เหตุใดในข่าวลือพากันพูดถึงนางจนดูแย่เช่นนั้น?”
เซี่ยงหว่านซูคิดถึงเหตุการณ์ตอนที่เจอเจ้าล่าเยวี่ยในงานเลี้ยงซื่อไห่เมื่อปีที่แล้ว สีหน้าดูอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย กล่าวว่า “ก็แค่คำพูดเกลียดชังของพวกไร้ความรู้เท่านั้นขอรับ”
“จิ๋งจิ่วผู้นั้นเหมือนอย่างที่ร่ำลือจริงๆ งดงามราวปีศาจ”
หญิงสาวผู้นั้นคล้ายถูกใบหน้าอันงดงามของจิ๋งจิ่วทำให้ตกตะลึง “ขอเพียงเป็นผู้ที่อยู่ในจุดสูงสุดย่อมต้องไม่ธรรมดา ต้องจับตาดูเขาให้มากขึ้นหน่อย”
มีศิษย์กล่าวขึ้นมาหยิ่งผยองว่า “กู้หานหยิ่งยโสเชื่อมั่นในตัวเองเกินไป ที่จิ๋งจิ่วเอาชนะเขาได้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร สุดท้ายก็อยู่แค่ขั้นมิประจักษ์เท่านั้น ไม่มีค่าให้พูดถึง”
เซี่ยงหว่านซูยิ้มเจื่อนมิกล่าวกระไร ในใจครุ่นคิดศิษย์พี่เจ็ดพ่ายให้แก่กระบี่ของกู้หานในงานชุมนุมเหมยฮุ่ยครั้งที่แล้ว แต่ครั้งนี้กลับพูดเช่นนี้ ใครกันแน่ที่ยิ่งยโสเชื่อมั่นในตัวเองเกินไป
……
……
ในส่วนลึกของลานเหมันต์ของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย หญิงสาวที่มีผ้าแพรสีขาวปิดบังใบหน้าผู้หนึ่งจ้องมองไปทางด้านนั้น
สายตาของนางมองไปทางเจ้าล่าเยวี่ย ค่อนข้างพึงพอใจ ในใจครุ่นคิดสายตาของจิ่งหยางในเวลาส่วนใหญ่ล้วนแต่น่าเชื่อถือ ศิษย์สืบทอดที่เลือกมาไม่เลวจริงๆ ด้วย