จากนั้นนางมองไปทางจิ๋งจิ่ว แต่กลับรู้สึกผิดหวัง ในใจครุ่นคิดมีดีแค่เปลือกนอก เทียบกับจิ่งหยางแล้วยังห่างกันอยู่มาก
……
……
สำนักกระบี่ซีไห่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับสำนักชิงซานมาโดยตลอด พวกเขาย่อมไม่มานั่งชื่นชมใบหน้าอันงดงามของจิ๋งจิ่วเหมือนอย่างสำนักอื่นๆ
ถงหลูยืนอยู่ริมลานเหมันต์ จ้องมองจิ๋งจิ่วที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
หน้าตาของเขาธรรมดา แต่ร่างกายกลับสูงโปร่งราวกับกระบี่อย่างไรอย่างนั้น สายตาเองก็แปรเปลี่ยนเป็นแหลมคมขึ้นมา
เขารู้จิ๋งจิ่วมิได้คิดที่จะปิดบังสภาวะที่แท้จริงของตนเอง เพราะศิษย์ชิงซานไม่มีทางทำเรื่องโง่เขลาเช่นนั้น
สาเหตุที่จิ๋งจิ่วไม่ยอมเก็บกระบี่เข้าไปในโอสถกระบี่ มีเพียงเหตุผลแค่เพียงข้อเดียว นั่นก็คือการสะพายกระบี่เอาไว้ด้านหลังมันยิ่งทำให้ดูดีมากขึ้น
“เกิดมาหน้าตาดีขนาดนั้นแล้วยังมิพอใจอีก ช่างหลงตัวเองจริงๆ”
เขากล่าวกับผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่ซีไห่ที่อยู่ข้างกายว่า “ขออาจารย์อาโปรดช่วยจับตาดูกรมชิงเทียนเอาไว้ด้วย หากคนผู้นี้ลงชื่อประลองวิถีพรต ข้าไม่รังเกียจที่จะอยู่กลุ่มเดียวกับเขา”
……
……
สายตานับพันคู่จ้องมองมาที่จิ๋งจิ่ว
อย่างน้อยในช่วงเวลานี้ เขาก็คือคนที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงานชุมนุมเหมยฮุ่ยครั้งนี้
จิ๋งจิ่วไม่ทราบ หรือพูดอีกอย่างคือไม่มั่นใจ ถ้าพูดให้ถูกคือเขาไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้เลย