จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าหมายถึงดอกไม้”
เจ้าล่าเยวี่ยเองก็มิได้โกรธ หากแต่ถามว่า “แล้วข้าล่ะ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เจ้าสวยมาโดยตลอดอยู่แล้ว”
……
……
ภาพเหตการณ์นี้ปรากฏขึ้นในดวงตาของคนจำนวนนับไม่ถ้วน
บนลานเหมันต์จำนวนหลายสิบลานภายในสวนดอกเหมยมีเสียงฮือฮาดังขึ้นมา
หรือว่าพวกเขาทั้งสองคนจะกลายเป็นคู่บำเพ็ญพรตแล้ว?
ในบรรดาผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มสาว มีผู้ที่ชื่นชมเจ้าล่าเยวี่ยอยู่นับไม่ถ้วน ก็เหมือนอย่างศิษย์ชิงซานในตอนแรกเหล่านั้น
ในช่วงเวลาไม่กี่มีที่ผ่านมามีข่าวลือเกี่ยวกับเจ้าล่าเยวี่ยมากมาย บอกว่านางผมสั้น นิสัยเย็นชา ไม่ดูแลเรื่องการแต่งเนื้อแต่งตัว แต่พูดกันตามตรงแล้ว ไม่มีใครที่จะสนใจเรื่องนี้
ชายหญิงรูปงามในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตมีอยู่มากมาย แต่เจ้าล่าเยวี่ยกลับมีแค่คนเดียว
นอกจากผู้ที่ชื่นชมเหล่านั้นแล้ว ในสายตาของผู้บำเพ็ญพรตที่อยู่กับความเป็นจริง นางก็เป็นเป้าหมายที่ควรค่าแก่การไล่ตามที่สุดด้วยเช่นกัน
เพราะนางคือเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด เป็นผู้สืบทอดของนักพรตจิ่งหยาง แล้วยังเป็นเจ้าแห่งยอดเขาเสินม่อของสำนักชิงซาน!
แม้นจะเป็นเพียงความคิดเพ้อฟัน แต่ขอเพียงลองคิดดูว่าถ้าเกิดได้รับการโปรดปรานจากเจ้าล่าเยวี่ย มันจะนำมาซึ่งอนาคตที่งดงามอย่างไร แล้วจะรู้สึกมีความสุข
ที่น่าเสียดายก็คือ โอกาสในการคิดเพ้อฝันของคนเหล่านั้นคล้ายจะดับสูญลงไปในช่วงเวลาก่อนหน้านี้