“เจ้าโง่ ผู้ที่ดำเนินงานชุมนุมเหมยฮุ่ยคือฉานจึ แล้ววัดกั่วเฉิงจะไม่มาได้อย่างไร”
บนลานหินที่อยู่ค่อนข้างใกล้พื้นดิน ศิษย์จากสำนักต่างๆ กำลังพูดคุยกัน ในใจครุ่นคิดว่าตนอยู่ใกล้บุคคลที่เล่าลือกันขนาดนี้ จึงอดรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้
สวนดอกเหมยในตอนนี้ประกอบไปด้วยลานสูงหลายสิบลาน หากมองดูไกลๆ จะคล้ายต้นเหมยต้นหนึ่ง
ลานสูงเหล่านั้นคล้ายใบไม้หรือไม่ก็ดอกเหมย ตลอดทั้งปีหลบซ่อนอยู่ในเมฆหมอก ถูกขนามนามว่าลานเหมันต์
ชื่อนี้หมายถึงดอกเหมยที่สามารถเบ่งบานได้ในฤดูเหมันต์อันหนาวเหน็บ
นับแต่มีงานชุมนุมเหมยฮุ่ยเป็นต้นมา ตำแหน่งของสำนักส่วนใหญ่ก็แทบจะไม่เคยเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะลานเหมันต์สิบกว่าลานที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุด
ตำแหน่งของสำนักจงโจวอยู่บนลานเหมันต์ที่อยู่ในจุดสูงสุดทางด้านเหนือ ได้ยินว่าวันนี้ลั่วไหวหนานและถงเหยียนมิได้มา หลายคนจึงอดผิดหวังมิได้ ด้านล่างคือตำแหน่งของเรือนอี้เหมา บัณฑิตสิบกว่าคนที่มิได้มีอาจารย์มาเป็นผู้นำต่างนั่งนิ่งๆ อยู่บนอาสนะ บ้างมองดอกเหมยพลางถามใจตนเอง บ้างมองท้องฟ้าครุ่นคิดถึงธรรมวิถี