เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “เช่นนี้แล้ว ข้าในฐานะที่เป็นศิษย์สืบทอดของปรมาจารย์อาจะแพ้ให้กับศิษย์ของเหลียนซานเยวี่ยได้อย่างไร?
จิ๋งจิ่วสังเกตเห็นถึงสายตาที่อยากจะลองดูของนาง ถึงได้รู้ว่านางเอาจริง จึงอดรู้สึกจนปัญญาขึ้นมามิได้
“แต่ไหนแต่ไรมา ศิษย์หญิงของสำนักแม่ชี่สุ่ยเยวี่ยล้วนแต่งดงาม เทียบกับยอดเขาชิงหรงแล้วยังมีชื่อเสียงมากกว่า”
เจ้าล่าเยวี่ยพลันรู้สึกว่าผมของตัวเองสั้นไปหน่อย คิ้วเองก็ค่อนข้างหนา”
นางเดินไปยืนอยู่หน้ากระจกเป็นเวลานาน ใช้นิ้วชี้สองมือปิดคิ้วเอาไว้ พลางกล่าวถามว่า “แบบนี้ดีขึ้นหน่อยไหม?”
จิ๋งจิ่วเดินไปด้านหลังนาง ยื่นมือไปลูบผมของนาง กล่าวยิ้มๆ ว่า “น่ารักมาก”
เจ้าล่าเยวี่ยรู้สึกหงุดหงิด แต่มิได้กล่าวกระไร
จิ๋งจิ่วกล่าวต่อว่า “แล้วจะเอาอะไรไปประลองล่ะ อย่างไรเสียเจ้าก็ดีดพิณไม่เป็น”
พรุ่งนี้ งานชุมนุมเหมยฮุ่ยก็จะเริ่มแล้ว
การประลองทั้งห้า รายการแรกก็คือพิณ
ศิษย์ของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยถนัดการดีดพิณมากที่สุด ในงานเลี้ยงซื่อไห่เมื่อครั้งนั้นก็เป็นมั่วเซียนจวินที่ได้อันดับหนึ่งในการประลองพิณ ฝีมือการดีดพิณของศิษย์ก้นกุฏิของเหลียนซานเยวี่ยย่อมต้องดีกว่าอย่างแน่นอน
เจ้าล่าเยวี่ยจ้องมองจิ๋งจิ่วที่อยู่ในกระจก พลางกล่าวว่า “เจ้าอยากตายจริงๆ สินะ”
……
……