ครั้นกลาวจบประโยคนี้จิ๋งจิ่วก็เตรียมจากไป แต่ก็คิดถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงกล่าวถามว่า “มีบ่อนรับพนันเกี่ยวกับการชุมนุมเหมยฮุ่ยไหม?”
ข้างโต๊ะนั่งไว้ด้วยชายหนุ่มผู้หนึ่ง เขาน่าจะเป็นพี่ชายในนามของจิ๋งจิ่ว สองวันมานี่ยังมิได้เอ่ยปากพูดแม้แต่ประโยคเดียว
ในเวลานี้ได้ยินจิ๋งจิ่วถาม เขารู้ว่าบิดามารดาและภรรยาไหนเลยจะรู้เรื่องเหล่านี้ จึ่งรีบอธิบายขึ้นมา
“งานชุมนุมการยิ่งใหญ่เกี่ยวกับการบำเพ็ญพรตอย่างงานชุมนุมเหมยฮุ่ยนี้ ประชาชนคนธรรมดาในเมืองเจาเกอนั้นไม่มีสิทธิ์ได้เข้าไปสัมผัส ต่อให้เป็นบ่อยที่ขุนนางใหญ่โตเหล่านั้นเป็นคนเปิด ก็ยังกังวลว่าจะทำให้เหล่าอาจารย์เซียนไม่พอใจ ดังนั้นทางราชสำนักจึงสั่งห้ามมาโดยตลอด แต่นี่ก็เป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น ลับหลังก็ยังมีบ่อนเปิดรับพนันอยู่”
จิ๋งจิ่วกล่าว “หากมีบ่อนรับพนันที่น่าเชื่อถือ พวกเจ้าน่าจะลองพนันดูหน่อยนะ”
ชายหนุ่มผู้นั้นรู้สึกตกใจ กล่าวถามว่า “พนันอะไร?”
จิ๋งจิ่วกลาว “แข่งหมากล้อม พนันว่าข้าชนะ”
……………………………………………………………………..