ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ
หมอตกตะลึงจนถึงขีดสุด กล่าวอะไรไม่ออกไปครู่หนึ่ง
ตามที่เขากล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อไม่มีหลักฐาน ก็เป็นได้แค่เพียงเรื่องเล่า
แต่ปัญหาอยู่ที่ จิ๋งจิ่วดูสงบนิ่งอย่างมากในตอนที่เล่าเรื่องนี้ อีกทั้งยังให้เบาะแสมากพอที่จะไปพิสูจน์ได้
“พวกข้าจะรีบตรวจสอบให้เร็วที่สุด”
สีหน้าของหมอจริงจังอย่างมาก อีกทั้งยังดูเคารพอย่างมาก
เจวี่ยนเหลียนเหรินเคารพคนที่รู้เรื่องราวมากกว่าพวกเขาเป็นที่สุด
จิ๋งจิ่วลุกขึ้นเตรียมจากไป
“ช้าก่อน ข้อมูลของเจ้าอันนี้ใหญ่เกินไป ข้ามิกล้ารับไว้แต่เพียงฝ่ายเดียว”
หมอกล่าวว่า “ข้าอยากจะให้ข้อมูลตอบแทนเจ้าสามเรื่อง”
จิ๋งจิ่วหยุดฝีเท้า
“เรื่องแรกคือ ผู้ชนะห้าคนของงานชุมนุมเหมยฮุ่ยในปี้นี้จะได้รับการประสาทพรจากฉานจึ”
หมอกล่าวว่า “เรื่องที่สองคือ อีกไม่นานเทียนจิ้นเหรินมายังเมืองเจาเกอ เพื่อให้คำชี้แนะแก่ศิษย์ของแต่ละสำนักที่เข้าร่วมงานชุมนุมเหมยฮุ่ย”
จิ๋งจิ่วถาม “เทียนจิ้นเหรินคือใคร?”
หมอค่อนข้างตกใจ ในใจครุ่นคิดเจ้ารู้แม้กระทั่งนามเดิมของฉานจึ เหตุใดจึงไม่รู้ว่าเทียนจิ้นเหรินคือใคร?
……
……
เทียนจิ้นเหรินดวงตาทั้งสองข้างมืดบอดแต่เด็ก เคยร่ำเรียนอยู่ที่เรือนอี้เหมา ภายหลังเดินทางไปต่างแดนเพื่อแสวงหาธรรมวิถี แม้นจะไม่สามารถบำเพ็ญพรตได้แต่ก็มีความรู้ลึกล้ำ ภายหลังก่อตั้งสำนักปัญญาชนไป๋ลู่ขึ้นมา