หมอกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ต้องดูก่อนว่าข้อมูลของเจ้ามันมีค่าหรือเปล่า”
“เสินหวงองค์ก่อนแกล้งสวรรคตแล้วไปบวชอยู่ที่วัดกั่วเฉิงจริงหรือเปล่า? ฉานจึมีประวัติความเป็นมาอย่างไร? เหตุใดเขาจึงไม่ยอมปรากฏกายจริงๆ ให้คนเห็น?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เรื่องพวกนี้พอหรือเปล่า?”
เรื่องที่เขากล่าวมานี้ล้วนแต่เป็นความลับสุดยอดของแผ่นดินเฉาเทียนอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่หมอคนนั้นกลับยิ้มขึ้นมา พลางกล่าวว่า “เรื่องพวกนี้เล่าลือกันมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันใดๆ จึงถือเป็นเพียงเรื่องเล่าเท่านั้น ไม่มีค่าแม้แต่นิดเดียว”
“เรื่องที่ข้าพูดย่อมต้องเป็นความจริง สามารถพิสูจน์ได้”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าสามารถมอบข้อมูลให้พวกเจ้าก่อนล่วงหน้าเรื่องหนึ่ง นามของฉานจึเมื่อครั้งเป็นฆราวาสคือจินเซิงเซิง บิดามารดาเสียตั้งแต่ยังเด็ก ถูกปีศาจภูเขาตนหนึ่งเลี้ยงดูเอาไว้ พวกเจ้าสามารถตรวจสอบจดหมายเหตุของอำเภอชุ่ยผิงเมืองหรูโจวเมื่อยี่สิบเจ็ดปีก่อนได้ บนจดหมายเหตุเขียนเอาไว้อย่างชัดเจน ในวันที่สิบเจ็ดของเดือนแรกในปีนั้นมีพายุหิมะตกหนัก จู่ๆ ก็มีแสงเงินแสงทองสว่างขึ้นมาตรงภูเขาด้านตะวันออก นั่นคือสัญญาณว่าปีศาจภูเขาตนนั้นก้าวข้ามอุปสรรคในการบำเพ็ญเพียรไม่สำเร็จ วันเดียวกัน สมณะไช่หยวนแห่งวัดกั่วเฉิงไปเจอเด็กคนหนึ่งถูกทิ้งอยู่ด้านหลังเขา เรื่องนี้ถูกจดลงในบันทึกประจำวันของอารามหลี่ว์ถัง ด้วยความสามารถของพวกเจ้าน่าจะหาอ่านได้”