“วันนี้รีบไปหน่อย ไม่ทันได้ดู เลยหยิบเอาใบนี้มาวางแทน พรุ่งนี้เจ้าไปที่ห้องเก็บของ หยิบเอาชามจากซินเหยาใบนั้นมาวางไว้ตรงนี้แล้วกัน”
ลู่กั๋วกงสวมชุดธรรมดา ใช้มือหวีผมที่ขาวเป็นดอกเลาพลางกล่าวเตือนซ้ำอีกครั้ง “อย่าลืมล่ะ”
ลู่หมิงรับคำ พลางถามว่า “ท่านพ่อ วันนี้มันเกิดเรื่องอะไรกันแน่?”
ลู่กั๋วกงเงยหน้าขึ้นมามองเขา กล่าวว่า “ทุกคนต่างบอกว่าข้ารักเจ้ามากที่สุด คำพูดนี้มิผิด กระทั่งตำแหน่งกั๋วกงนี้ ข้าก็เตรียมจะยกให้เจ้า”
แม้นหลายปีมานี้จะพอคาดเดาได้ แต่พอจู่ๆ ได้ยินเช่นนี้ ลู่หมิงก็ยังอดตกใจไม่ได้ เขากล่าวว่า “อย่างนั้นท่านพี่ทั้งสอง…”
ลู่กั๋วกงยกมือเพื่อบอกเขาว่าไม่ต้องพูดแล้ว จากนั้นกล่าวว่า “คนนอกคิดว่าข้าเลอะเลือน เอาแต่ดูแลรักใคร่ลูกชายคนเล็ก ไหนเลยจะรู้ว่าข้าชื่นชมในความสุขุมของเจ้า”
ลู่หมิงไม่รู้ว่าควรจะรับคำอย่างไร
“แต่หากคิดจะรับเอาตำแหน่งกั๋วกงนี้ไป เช่นนั้นความลับภายในบ้านเหล่านี้ เจ้าก็ต้องแบกรับมันไปด้วย”
ครั้นกล่าวจบ สีหน้าของลู่กั๋วกงก็ดูอ่อนล้าขึ้นมา แล้วก็ดูโล่งใจขึ้นมา เขายิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “เมื่อก่อนข้าก็รู้ความลับนี้จากท่านพ่อในคืนแต่งงานเหมือนกัน แม่ของเจ้าไม่รู้ว่าบ่นข้าไปกี่ปี ประเดี๋ยวเจ้ากลับไปแล้ว ก็อย่าลืมไปปลอบเจ้าสาวของเจ้าล่ะ”
ลู่หมิงยิ่งรู้สึกตื่นเต้น จึงกล่าวถามว่า “ท่านพ่อ มันคือความลับอะไรกันแน่ขอรับ?”