กระทั่งแน่ใจว่าเป็นของจริง เขาจึงคุกเข่าทั้งสองข้างลงไปอย่างไม่ลังเล มิได้สนใจพื้นที่ถูกฝนตกใส่จนเปียกเลยแม้แต่น้อย
“ลุกขึ้น” จิ๋งจิ่วกล่าว
ชายชราลุกขึ้น ก่อนจะเชิญเขาเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้าท่าทางถ่อมตนและสุภาพ เดินตามระเบียงด้านข้างเข้าไปยังส่วนลึกของบ้าน
ในบ้านมีคน พูดให้ถูกคือมีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่ง
ภายในโถงด้านนอกที่เปิดโล่ง ครอบครัวนั้นกำลังกินข้าวกันอยู่ มีทั้งคนแก่และเด็ก มีทั้งหญิงและชาย เรียกได้ว่าครบถ้วนสมบูรณ์
สายตาของทั้งครอบครัวล้วนแต่อยู่บนโต๊ะ พวกเขากำลังพูดคุยอะไรบางอย่างเสียงเบาๆ คล้ายมิได้สังเกตเห็นจิ๋งจิ่วและชายชราผู้นั้นเลย
ภาพเหตุการณ์นี้ดูค่อนข้างแปลกประหลาด
จู่ๆ เด็กอายุสามสี่ขวบคนนั้นพลันสลัดตัวออกมาจากอ้อมกอดของมารดา ก่อนจะวิ่งมายังหน้าธรณีประตูพลางมองจิ๋งจิ่วอย่างสงสัยใคร่รู้ เด็กน้อยยื่นมือเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกผู้เป็นบิดารีบอุ้มกลับไป
花厅里响起孩子的哭声。
ภายในโถงมีเสียงร่ำไห้ของเด็กดังขึ้นมา
บนระเบียงทางเดิน จิ๋งจิ่วถอดหมวกลี่เม่าออก ก่อนจะเหลือบมองไปทางด้านนั้น
เด็กน้อยมองเห็นใบหน้าของเขา พลันตกตะลึงจนลืมร้องไห้
……
……
“นี่คือตระกูลจิ๋ง?”
“ขอรับ พวกเขาทำงานอยู่ในไท่ฉางซื่อ[2]มาหลายชั่วอายุคน ถือเป็นลูกน้องของตระกูลข้า”