หลายปีก่อน บิดาของเขาเคยสั่งกำชับเขาเอาไว้อย่างจริงจัง ที่ตระกูลของเขาสามารถมีหน้ามีตามาจนถึงทุกวันนี้ได้ ล้วนแต่เป็นเพราะทำเรื่องสองเรื่องสำเร็จ หนึ่งคือสนับสนุนฝ่าบาทหวงเสินอย่างไร้เงื่อนไข สองคือเชื่อฟังทุกคำสั่งของผู้ที่ครอบครองป้ายไม้นี้
แล้วหากทั้งสองฝ่ายขัดแย้งกันจะทำอย่างไร? เวลานั้นตัวเขาซึ่งอายุยังน้อยอดถามขึ้นมามิได้
บิดากล่าวว่า เจตจำนงของฝ่าบาทหวงเสินและผู้ที่ถือป้ายไม้นี้จะต้องตรงกันอย่างแน่นอน
คนหนุ่มย่อมมีความดื้อรั้น เขายังคงดึงดันถามว่า แล้วถ้าเกิดขัดแย้งกันล่ะ?
เขาจำได้อย่างชัดเจน ตอนนั้นบิดาเขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ จากนั้นคำตอบที่ให้ออกมาคือฝ่ายหลัง
ขณะนั้นเขาตกตะลึงเป็นยิ่งนัก จวบจนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังคงรู้สึกเช่นนั้นอยู่
เขาไม่กล้าและไม่อยากที่จะลบก้อนเมฆที่ปกคลุมอยู่เหนือตระกูลมาเป็นเวลาหลายร้อยปีก้อนนี้ไป แต่ก็ยากที่เขาจะไม่รู้สึกสงสัย ที่น่าเสียดายก็คือเมื่อยี่สิบปีก่อนตอนนี้ลงมือจัดการเรื่องบ้านหลังนั้นด้วยตัวเอง เขาเพียงแค่ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งมา บนจดหมายมีลายตราประทับที่อยู่บนป้ายไม้และคำของ่ายๆ สองสามข้อ เขายังคงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่