“อย่าพูดเหลวไหลไป เห็นพูดกันว่าท่านผู้เฒ่าสติเลอะเลือน ไม่ยอมใกล้ชิดกับคนในวัง แต่หลายปีมานี้ไม่ว่าจะเกิดเรื่องราวอะไรขึ้น เรือนหลังนี้ก็ยังตั้งอยู่อย่างมั่นคง ทั้งยังรั้งตำแหน่งดูแลไท่ฉางซื่อ จิตใจงดงามคุณธรรมสูงส่ง นี่ต่างหากถึงเรียกว่าเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้! คนเลอะเลือนทำเช่นนี้ได้หรือ?”
“แต่ฤกษ์ดีใกล้จะผ่านไปแล้วนะ”
ขณะที่แขกเหรื่อกำลังพูดคุยกัน พลันได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหน้า
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะรีบเก็บเสียงอย่างรวดเร็ว สีหน้าจริงจัง ก่อนจะยืนโน้มกายคารวะ
“คารวะลู่กั๋วกง”
“ขออภัยด้วย พอดีมีธุระด่วน”
ลู่กั๋วกงมีใบหน้าสี่เหลี่ยม กิริยาท่าทางดูมิธรรมดา แม้นจะเป็นการอธิบายก็ดูมีอำนาจน่าเกรงขาม เทียบกับชายชราที่ดูเหมือนพ่อบ้านท่าทางสุภาพถ่อมตนตรงหน้าจิ๋งจิ่วผู้นั้นแล้ว เหมือนมิใช่คนเดียวกัน
วันนี้เป็นวันแต่งงานของลูกชายคนเล็กของลู่กั๋วกงและลูกสาวคนเล็กของอัครมหาเสนาบดี
พิธีจัดขึ้นไปได้ครึ่งหนึ่ง ลู่กั๋วกงพลันหายตัวไป จนกระทั่งเวลานี้ถึงจะปรากฏตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
แขกทั้งงานไม่มีผู้ใดกล้าถาม
แขกบางคนที่สายตาแหลมคมสังเกตเห็นว่าใต้ชุดพิธีการของกั๋วกงเหมือนจะมีชุดสีเทาที่มิได้เข้ากับงานอยู่ เข่าทั้งสองข้างมีน้ำซึมออกมา ดูแล้วยากที่จะเข้าใจได้
…………………………………………………………..
[1]ชุ่น หน่วยวัดความยาวของจีน ยาวประมาณ 1.312 นิ้ว