เย็นวันหนึ่ง รถม้ามาจอดยังทิศใต้ของเขาเหมิงซาน
จิ๋งจิ่วสะพายกระบี่เหล็กเดินลงมา ก่อนจะเหลียวกลับไปมองรถม้า
เขารู้สึกว่ารถม้าคันนี้ช่างสบายจริงๆ ผู้บำเพ็ญพรตไม่มีทางเมารถ การลอยขึ้นลงตามรถ กลับช่วยทำให้นอนหลับได้
ทางจากศาลาหนานซงไปยังธารสี่เจี้ยนราบเรียบ รถน่าจะวิ่งได้
เขาครุ่นคิดเช่นนี้ พลางกล่าวกับสารถีว่า “ส่งรถไปที่ศาลาหนานซง”
สารถีผู้นั้นมิล้าแม้กระทั่งส่งเสียงหายใจ เขาพยักหน้าอย่างจริงจัง
ท้องฟ้ายามเย็นเริ่มมืดสลัว หมู่ยอดเขาอันรกทึบค่อยๆ มืดลง บางครั้งบางคราวจะเห็นลำแสงกระบี่สายหนึ่งส่องสว่างขึ้นมา ผู้ที่มุ่งหน้ามาตามล่าอาวุธวิเศษนั้นหาได้มีผู้บำเพ็ญพรตที่สภาวะสูงส่งไม่
จิ๋งจิ่วเดินขึ้นไปตามทางขึ้นเขา ช่วงเวลากลางดึก เขาได้มาถึงหน้าวัดร้างแห่งหนึ่ง
วัดแห่งนี้อยู่ห่างจากถ้ำแห่งนั้นประมาณยี่สิบกว่าลี้ อยู่ด้านนอกเขตควบคุมพอดี
เขตควบคุมในที่นี้มิใช่ข่ายพลัง หากแต่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรของแผ่นดินทางใต้ ก่อนเดินทางมาเขาได้ถามกู้ชิงอย่างละเอียดแล้ว
เวลาที่ผู้บำเพ็ญพรตมาชมอาวุธวิเศษ หากมีความสนใจในตัวอาวุธวิเศษ จะต้องเข้าไปในระยะยี่สิบลี้ก่อนที่ถ้ำจะเปิดออก มิเช่นนั้นจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแบ่งอาวุธวิเศษ
กฎนี้เห็นได้ชัดว่าเลียนแบบมาจากสำนักชิงซาน เพียงแต่ดูไม่ค่อยเป็นเหตุเป็นผลเท่าไร
จิ๋งจิ่วเดินเข้าไปในวัดร้าง
ภายในวัดมีกองไฟลุกโชนอยู่กองหนึ่ง