ผู้บำเพ็ญพรตสิบกว่าคนนั่งล้อมกองไฟ
ผู้บำเพ็ญพรตไม่หวาดกลัวความหนาวความร้อน สายตาเหนือกว่าคนธรรมดา ก้าวเดินในเวลากลางคืนก็มิจำเป็นต้องอาศัยแสงไฟ แต่พวกเขายังคงจุดกองไฟขึ้นมา
ไม่มีผู้ใดชื่นชอบความอ้างว้างโดดเดี่ยว กองไฟเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกหาเพื่อน การรวมตัวอยู่ด้วยกันมักจะทำให้คนเกิดความกล้า
แสงไฟส่องสว่างใบหน้าพวกเขา เปลวไฟวูบไหวตามสายลม ทำให้สีหน้าพวกเขาประเดี๋ยวดีใจประเดี๋ยวเศร้าใจไม่แน่นอน น่าจะกำลังลังเลอยู่ว่าจะเดินทางต่อเข้าไปก่อนที่ถ้ำจะเปิดดีหรือไม่ ปัญหาอยู่ที่ว่าหากเข้าไปแล้ว ก็จะต้องเจอกับการต่อสู้และการพัวพันจากผู้ที่จะมาแย่งชิงอาวุธวิเศษอย่างแน่นอน แล้วถ้าเกิดถ้ำนั้นเป็นของปลอมล่ะ นั่นมิเท่ากับขาดทุนหรอกหรือ?
สายตาสิบกว่าคู่มองมาที่จิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วมิได้สนใจ หากเดินไปนั่งลงตรงมุมๆ หนึ่ง
เขาไม่ต้องการเพื่อน เขาคุ้นเคยกับความโดดเดี่ยวมานานแล้ว
ภายในวัดร้างเงียบสงัด มีเพียงเสียงเปลวไฟที่ถูกลมภูเขาพัดจนวูบไหว
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร ด้านนอกวัดพลันมีเสียงที่ดังกังวานเสียงหนึ่งดังขึ้นมา พัดพาเอาความรู้สึกตึงเครียดและกดดันภายในวัดร้างให้เจือจางลง