“เจ้าต้องการให้พิสูจน์มิใช่หรือ ข้าก็เลยพิสูจน์ให้เจ้าได้เห็น ปู้เหล่าหลินนั้นมีคนอยู่มากมาย แล้วก็มีหลากหลายสำนัก มีทั้งคนดีคนเลว”
เว่ยเฉิงจึมองเขา พลางกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เจ้าสามารถเลือกได้ว่าจะยืนอยู่ฝั่งพวกข้า หรือว่าไปตาย”
พวกเขาแสดงสถานะของตัวเองออกมาต่อหน้าหลิ่วสือซุ่ย
ผู้อาวุโสขั้นจิตก่อรูปของสำนักจงโจวและผู้อาวุโสแห่งเรือนอี้เหมาล้วนแต่เป็นคนของปู้เหล่าหลิน
หากหลิ่วสือซุ่ยไม่ตามพวกเขาไป ก็มีแต่ต้องตายเท่านั้น
มีเพียงคนตายถึงจะไม่แพร่งพรายความลับนี้ออกไป
หลิ่วสือซุ่ยยังคงไม่เข้าใจ เหตุใดจู่ๆ พวกเขาถึงสังหารศิษย์แห่งสำนักเสวียนอินผู้นั้น เพียงเพื่อพิสูจน์ว่าปู้เหล่าหลินก็มีคนดีอย่างนั้นหรือ?
“ภารกิจที่พวกข้าได้รับมอบหมายมาคือพาเจ้ากลับไป ทั้งตัวเจ้ายังต้องยินยอมด้วย ดังนั้นพวกข้าจึงได้แต่ต้องใช้วิธีนี้มาเกลี้ยกล่อมเจ้า”
เว่ยเฉิงจึกล่าวว่า “อีกอย่างสำนักจงโจวสังหารมารชั่วไปคนหนึ่ง จะมีปัญหาอะไร?”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวว่า “ข้าไม่คิดว่าตัวเองจะสำคัญขนาดนี้”
เว่ยเฉิงจึกล่าวว่า “พรสวรรค์ของเจ้ายอดเยี่ยม อายุเพียงเท่านี้ก็สามารถเข้าสู่จินตันขั้นกลางได้ หากมองไปทั่วทั้งแผ่นดินเฉาเทียนก็สามารถอยู่ในสิบอันดับแรกได้ สำนักชิงซานไม่เห็นค่า ย่อมต้องมีสำนักอื่นเห็นค่า หากไม่เป็นเพราะสำนักเหล่านั้นไม่อยากล่วงเกินชิงซาน เกรงว่าพวกเขาคงจะมาหาเจ้าแล้ว”