บัณฑิตชรากล่าวว่า “คนที่มาเมื่อวานนี้ดูเจ้าเพียงสามวัน แต่ข้าดูเจ้ามาสามเดือน ข้ามั่นใจว่าตัวเองชื่นชอบเจ้า ข้าจึงมาหาเจ้า”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าว “ข้าก็ชื่นชอบเรือนอี้เหมาเช่นกัน”
เขาพูดความจริง หลายคนมองว่าเรือนอี้เหมารู้เพียงหนังสือ แต่ไร้ความสามารถ ไม่อาจทำประโยชน์อันใดให้อาณาจักร แต่ในปีที่แคว้นเสวี่ยรุกลงมาทางใต้ ราชสำนักสูญเสียการปกครอง บัณฑิตของเรือนอี้เหมากระโจนเข้าไปในสนามรบอย่างไม่ขาดสาย จำนวนคนที่เสียชีวิตเพื่ออาณาจักรมีมากกว่าสำนักชิงซานและสำนักจงโจวรวมกันเสียอีก เรียกได้ว่ามีคุณสมบัติที่จะได้รับความเคารพนับถือ
“เชิญนั่ง” หลิ่วสือซุ่ยยกเก้าอี้มา
บัณฑิตชรานั่งลง กล่าวว่า “บทสนทนาของพวกเจ้าเมื่อวานนี้ ข้ารู้หมดแล้ว”
บัณฑิตของเรือนอี้เหมารู้ว่าศิษย์ของสำนักเสวียนอินอยู่ใกล้ๆ แต่กลับไม่จัดการ เดิมนี่ก็ค่อนข้างมีปัญหาอยู่แล้ว
แต่จากคำพูดประโยคนี้ ยังสามารถฟังออกว่าพวกเขาคล้ายจะรู้จักกัน
หลิ่วสือซุ่ยรู้สึกตกใจ จากนั้นมิรู้ว่าคิดถึงอะไร เขานิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะถามว่า “ท่านมาหาข้าด้วยเรื่องอันใด?”
บัณฑิตชรากล่าวว่า “ย่อมต้องมาพาเจ้าไป”
หลิ่วสือซุ่ยมองดวงตาเขาพลางถาม “ไปเรือนอี้เหมา?”
บัณฑิตชรานิ่งเงียบไปครู่ กล่าวว่า “หากเจ้าต้องการ ก็ไม่ใช่ว่าจะจัดการไม่ได้”
หลิ่วสือซุ่ยเข้าใจ จึงกล่าวว่า “ข้าไม่อยากทรยศสำนัก”