บัณฑิตชรากล่าวว่า “เจ้าถูกขับออกมาจากชิงซานแล้ว จะไปฝากตัวเป็นศิษย์สำนักอื่นก็มิได้มีปัญหาอะไร ยิ่งไปกว่านั้น…หรือเจ้าคิดจะยอมแพ้จริงๆ?”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าว “หากข้าต้องการฟื้นฟูการบำเพ็ญเพียร ก็จำเป็นต้องฝึกวิชามารต่อ”
บัณฑิตชรากล่าวว่า “วิชาเป็นเพียงมีดเล่มหนึ่ง จะเอามีดเล่มนี้ไปฆ่าคนหรือช่วยคน ล้วนแต่ขึ้นอยู่กับความคิดของพวกเรา เหมือนกับตอนงานชุมนุมซื่อเจี้ยนของชิงซาน เจ้าใช้เพลิงแห่งตานปีศาจและวิชาลับของสำนักเสวี่ยหมอเอาชนะเจี่ยนหรูอวิ๋น ก็เป็นเพราะเจ้าคิดว่าเขาคือคนเลวมิใช่หรือ? ใช้วิชาพรรคมารกระทำความดี มันก็คือวิชาฝ่ายธรรมะ”
คำพูดนี้มีเหตุผล ยิ่งไปกว่านั้นตัวอย่างที่เขายกมาล้วนแต่ตรงกับใจของหลิ่วสือซุ่ย ทว่าหลิ่วสือซุ่ยยังคงมิเห็นด้วย
“ในวันนั้น ข้าพบว่าตัวเองไม่มีความมั่นใจว่าจะควบคุมมีดเล่มนี้ได้หรือไม่”
เขากล่าวว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ไม่อาจยกมีดเล่มนี้ขึ้นมาได้อีก”
บัณฑิตชราเข้าใจความหมายของเขา จึงทอดถอนใจพลางกล่าว “ยอดเยี่ยม ตอนนั้นหากเจ้ามายังเรือนอี้เหมาก็คงจะดี ไหนเลยจะเกิดปัญหายุ่งยากเหมือนอย่างตอนนี้”
……
……
อีกคืนหนึ่งผ่านไป เขายังคงนอนไม่หลับ
หลิ่วสือซุ่ยลุกขึ้นมา ผลักประตูบ้านออกไป
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาโดยมิได้สนใจเขา สองมือไพล่หลัง กวาดตามองดูรอบบ้าน ดูหยิ่งทะนงยิ่งนัก
แน่นอน เขามีสิทธิ์ที่จะหยิ่งทะนง ลมหายใจลึกล้ำยากคะเน จิตใจองอาจห้าวหาญ