หลิ่วสือซุ่ยรู้สึกง่วง เขาหาวพลางกล่าวถามว่า “เปลี่ยนคนอีกแล้วหรือ?”
“สำนักจงโจว เว่ยเฉิงจึ ขั้นจิตก่อรูป”
ชายวัยกลางคนกล่าว
ความง่วงหงาวของหลิ่วสือซุ่ยหายไปทันที เขาตะลึงลานจนพูดไม่ออก
สภาวะขั้นจิตก่อรูปในระบบการบำเพ็ญเพียรของเมืองเจาเกออันมีสำนักจงโจวเป็นผู้นำเทียบเท่าได้กับสภาวะขั้นคเนจรในระบบการบำเพ็ญเพียรของชิงซาน เขาคือผู้อาวุโสยอดฝีมืออย่างแท้จริง
เว่ยเฉิงจึมองหลิ่วสือซุ่ยพลางกล่าว “สำนักชิงซานช่างคิดเล็กคิดน้อยเสียจริง อัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมเฉกเช่นเจ้า กินตานปีศาจไปเม็ดหนึ่งจะเป็นอะไรไป ถึงกับต้องขับออกมาจากสำนัก”
เดิมหลิ่วสือซุ่ยคิดอยากกล่าวว่าห้ามลบหลู่อาจารย์ข้า แต่สุดท้ายกลับนิ่งเงียบมิกล่าวกระไร
เว่ยเฉิงจึมิได้อ้อมค้อม เขากล่าวตรงๆ ว่า “เจ้าไม่มั่นใจว่าตัวเองจะควบคุมมีดเล่มนี้ได้หรือไม่ หวาดกลัวว่าวิชามารจะกลืนกินตัวเอง ดูเหมือนโชคของเจ้ายังไม่ดีพอ หากติดตามข้าไป ข้าจะถ่ายทอดวิชาช่วยเจ้ารักษาจิตเอาไว้ มาตรว่าไม่สำเร็จ ถึงเวลานั้นเจ้าค่อยฆ่าตัวตายก็ได้ หากเจ้ามีความกล้าที่จะตาย ไยต้องกลัวว่าจะไม่สามารถเอาชนะตัวเอง?”
หลิ่วสือซุ่ยนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะกล่าวว่า “พวกท่านเป็นใครกันแน่?”
สำนักเสวียนอิน เรือนอี้เหมา สำนักจงโจว ไม่มีทางที่จะปรากฏตัวขึ้นในหมู่บ้านบนภูเขาพร้อมกัน