คนไร้ประโยชน์ต่อให้อยากกลายเป็นคนธรรมดาใหม่อีกครั้ง ก็จำเป็นต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดเช่นกัน
หลิ่วสือซุ่ยนั่งอยู่ในท้องนา ครุ่นคิดอย่างเงียบๆ
บิดาแซ่หลิ่วมิได้สนใจเขา หากแต่ปักกล้าข้าวอย่างเงียบๆ เอวโค้งงอเป็นอย่างมาก
“ยังมัวนั่งอยู่ทำอะไร!”
มารดาแซ่หลิ่วดึงเขาขึ้นมาจากท้องนา ตีเขาไปสองที ในดวงตาเอ่อล้นไปด้วยหยดน้ำตา
วันที่สี่ หลิ่วสือซุ่ยมิได้ออกจากบ้าน
ฟ้ายังมิทันสางเขาก็ตื่นขึ้นมา หลังจากล้างตาล้างตาอย่างง่ายๆ ก็เริ่มยืนท่าคันธนู
นี่เป็นการฝึกขั้นพื้นฐานของสำนักชิงซาน
เขาทราบดีว่าตนเองมิอาจอาศัยวิธีนี้ในการขึ้นไปเหยียบบนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรอีกครั้งได้ แต่เขาคิดว่ามันน่าจะช่วยให้ตัวเองฟื้นฟูพละกำลังกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
ผ่านไปไม่นานนัก บนหน้าผากเขามีเหงื่อขนาดประมาณเม็ดถั่วเหลืองผุดขึ้นมา
เขารู้ว่าตัวเองยังอ่อนแออย่างมาก มิอาจฝืนดึงดันต่อไปได้ จึงตัดสินใจพักผ่อน
ในขณะที่พักผ่อน เขาถือโอกาสปัดกวาดเช็ดถูบริเวณสวนภายในบ้าน
วันที่ห้า หลิ่วสือซุ่ยยังคงยืนท่าคันธนูอยู่ กระทั่งเสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาจึงรู้สึกค่อนข้างมีความสุข
ในระหว่างที่พักผ่อน เขาเดินไปที่สวนผักหลังบ้าน เด็ดเอาพริกและผักกาดกวางตุ้งมาจำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งล้างมันอย่างสะอาดสะอ้าน
มารดาแซ่หลิ่วกลับมาเตรียมทำอาหาร เห็นห้องครัวและผักที่สะอาดสะอ้าน จึงขยี้ตาเล็กน้อย