แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าตัวหลิ่วสือซุ่ยจะรู้เรื่องนี้เช่นกัน —- เพลิงปีศาจไม่มอดดับก็คือหัวใจสำคัญของวิธีการนี้
“ในเมื่อเจ้ารู้แล้ว เหตุใดจึงไม่ทำเช่นนี้?”
เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันน่าเหลือเชื่ออย่างมาก
สำหรับอัจฉริยะที่ถูกทำลายสภาวะและพลัง การได้กลับไปยืนบนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรใหม่อีกครั้งมิใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดหรือ? หากเปลี่ยนเป็นผู้บำเพ็ญพรตคนอื่น ถ้าต้องมาตกอยู่ในสภาพเดียวกับหลิ่วสือซุ่ยในเวลานี้ เกรงว่าคงยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อคว้าโอกาสนี้ไว้อย่างแน่นอน แม้นจะสั่งให้พวกเขาไปสังหารบิดามารดาของตัวเอง ก็เกรงว่าคงมีหลายคนที่ยอมทำ
แต่เหตุใดหลิ่วสือซุ่ยจึงสงบนิ่งเพียงนี้ ก้มหน้าก้มตาทำนาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้มาเป็นเวลาหนึ่งปี โดยไม่คิดพยายามลองทำมัน?
“เพราะนั่นเป็นวิชาของพรรคมาร”
น้ำเสียงของหลิ่วสือซุ่ยเป็นธรรมชาติอย่างมาก คล้ายกำลังพูดถึงเรื่องที่เป็นปกติธรรมดาที่สุดบนโลกนี้
ศิษย์ฝ่ายธรรมะ จะไปฝึกวิชาของพรรคมารได้อย่างไร?
เอาล่ะ ตอนนี้เขามิใช่ศิษย์ชิงซานอีกต่อไปแล้ว แล้วก็มิใช่ผู้บำเพ็ญพรตด้วย แต่เขาก็ยังจะทำเช่นนี้อยู่
ถึงจะเป็นชาวนา ก็ควรจะเดินบนวิถีธรรมะเช่นกัน
ทูตแห่งสำนักเสวียนอินจ้องมองดูเขาเป็นเวลานาน ก่อนกล่าวถามว่า “เจ้าโง่หรือเปล่าเนี่ย?”
หลิ่วสือซุ่ยครุ่นคิด กล่าวว่า “คงจะนิดหน่อยกระมัง?”