เจ้าแห่งยอดเขาชิงหรงกล่าว “พระพวกนั้นกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่? หากกลายเป็นร่างผลสำเร็จตั้งแต่ก่อนจะออกมาจากวัด เช่นนั้นจะต้องเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริงแน่นอน แล้วจะปล่อยให้ศิษย์แบบนี้ออกมาได้อย่างไร? แต่ว่าจิ๋งจิ่วได้เข้ามาเป็นศิษย์ของสำนักชิงซานเราแล้ว ต่อให้เขาจะเป็นนักบวชของวัดกั่วเฉิงที่ออกมาเหยียบโลกปุถุชนจริงๆ เราก็มีแต่จะได้ประโยชน์”
หากเรื่องนี้เป็นจริง ตามกฎของโลกแห่งปุถุชนแล้ว ต่อให้ในอนาคตจิ๋งจิ่วจะกลับไปยังวัดกั่วเฉิง แต่หากชิงซานมีเรื่องเขาก็ต้องกลับมาช่วยเหลือ
“ไม่พอ” เจ้าแห่งยอดเขาซีไหลนิ่งเงียบไปครู่ จากนั้นจึงกล่าวขึ้นมา “หากเขาอยู่ที่วัดกั่วเฉิงมาสิบปี เช่นนั้นเขาก็ต้องอยู่ที่ชิงซานสิบปี อย่างน้อยที่สุดก็ต้องอยู่นานเท่ากัน ข้าจะปรึกษาเรื่องนี้กับศิษย์พี่เจ้าสำนัก ขอศิษย์น้องแต่ละยอดเขาอย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป แล้วก็อย่าได้ไถ่ถามวัดกั่วเฉิงด้วย เวลานี้พวกเราทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรไปก่อน”
นี่หมายความว่าจะแบ่งจิ๋งจิ่วจากหนึ่งเป็นสอง
เจ้าแห่งยอดเขาอื่นๆ ต่างเห็นด้วย
เวลานี้สภาวะของจิ๋งจิ่วยังธรรมดา การที่หักกระบี่ของกั้วหนานซานได้นั้นเป็นเพราะฉวยโอกาส แต่ไม่ว่าใครต่างก็มองออกว่าอนาคตของเขาจะเป็นอย่างไร
หากสิ่งที่คาดเดาเป็นความจริง เช่นนั้นวัดกั่วเฉิงที่เคยช่วยสร้างเทพดาบให้แก่สำนักเฟิงเตามาแล้ว อาจจะช่วยสร้างเทพกระบี่ให้แก่ชิงซานในอีกร้อยปีหลังจากนี้ก็เป็นได้
……