แต่พวกเขากลับไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า แม้นการที่กั้วหนานซานปล่อยกระบี่ออกมาเป็นเพราะคิดอยากช่วยกู้หาน ทว่าความจริงแล้วกลับเป็นการทำให้เกิดสถานการณ์แบบสองต่อหนึ่งขึ้นมา
“ข้ามิได้บอกให้หยุด ไม่ว่าใครก็ห้ามปล่อยกระบี่ มิเช่นนั้นจะถือเป็นการฝ่าฝืนกฎสำนัก ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่เขาทำคือปล่อยกระบี่ลอบโจมตีผู้เป็นอาจารย์”
ฉือเยี่ยนมองเหล่าลูกศิษย์ที่บนใบหน้ายังมีความรู้สึกไม่ยินยอม พลางกล่าวเสียงต่ำว่า “เห็นแก่ที่เขาเป็นห่วงพี่น้องร่วมสำนัก ครั้งนี้ยอดเขาซั่งเต๋อจะไม่ถือโทษเขา”
ครั้นได้ยินประโยคนี้ ศิษย์หลายคนจึงได้สติขึ้นมา ทั้งยิ่งรู้สึกโมโหและกลุ้มใจ
จิ๋งจิ่วมิใช่ศิษย์ธรรมดาที่เข้าร่วมงานชุมนุมซื่อเจี้ยน
เขาเป็นอาจารย์อา
กู้หานแม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่มิได้เป็นอันตรายถึงชีวิต หลังทำการรักษาอย่างง่ายๆ ก็ถูกเหล่าศิษย์น้องพยุงกลับมายังลานประลอง
“มีความสามารถ ตอนนั้นที่หลิ่วสือซุ่ยเกิดเรื่อง เจ้าก็ควรจะก้าวออกมา”
เขามองจิ๋งจิ่วพลางกล่าวเสียงแข็ง
จิ๋งจิ่วกลาว “เวลานี้ข้าก้าวออกมาแล้ว แต่ดูเหมือนเจ้าจะมิได้เตรียมพร้อมที่จะรับผลที่ตามมา”
คำพูดของเขาประโยคนี้ดึงดูดสายตาที่โกรธแค้นเป็นจำนวนมาก
เจ้าล่าเยวี่ยลุกขึ้น
อัญมณีสีน้ำเงินอ่อนที่ส่องแสงจางๆ เม็ดหนึ่งลอยลงมาจากฟ้า จากส่วนที่ลึกที่สุดของข่ายพลังชิงซานลงมาถึงตรงหน้านาง ก่อนจะถูกนางเก็บไว้ในแขนเสื้อ
“ยอดเขาเสินม่อต้องการสิทธิ์หนึ่งที่”