แต่คนที่เขาไม่ชอบมากที่สุดก็คือกู้หาน เรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกู้ชิงซึ่งเป็นศิษย์คนปัจจุบันของเขาอยู่บ้าง แต่ที่มากกว่านั้นย่อมเป็นเพราะหลิ่วสือซุ่ย
หรือไม่ก็เป็นเพราะคืนนั้นตอนที่อยู่ภายในถ้ำริมธารเมื่อสี่ปีก่อน หลิ่วสือซุ่ยกล่าวถึงกู้หานมากเกินไป เรียกกู้หานว่าศิษย์พี่อย่างไม่เคอะเขิน ทั้งยังชื่นชมกู้หานว่าเป็นคนดี
“แม้นเจ้าจะบรรลุขั้นมิประจักษ์ แต่เจ้าก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของข้าอยู่ดี”
กู้หานมองเขาพลางกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ “ข้ารู้ว่าอารมณ์ข้ามิค่อยดีเท่าไร แต่วิถีกระบี่ของข้าไม่มีปัญหา”
จิ๋งจิ่วกลาว “ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว สำหรับข้า วิถีของพวกเจ้าล้วนแต่ผิด”
ทั้งวิถีล้วนผิด เช่นนั้นวิถีกระบี่ก็ย่อมมีปัญหา
กู้หานจำได้แม่น เมื่อสามปีก่อนบนยอดเขาซีไหล จิ๋งจิ่วเคยกล่าวเช่นนี้กับกั้วหนานซาน
“พิสูจน์ให้พวกข้าเห็น”
กู้หานสะบัดแขนเสื้อเบาๆ
ลำแสงกระบี่สีขาวพุ่งออกมา
ชั้นเมฆบนท้องฟ้าพลันม้วนบิดเป็นเกลียว
ตรงตำแหน่งที่กระบี่บินผ่านจะมีเสียงฟ้าคำราม พร้อมทั้งลำแสงเส้นเล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วน คล้ายกับสายฟ้าที่หดขนาดเล็กลงจากเดิมหลายเท่า
เขาใช้เพลงกระบี่แปดทิศของยอดเขาปี้หู!
สิ่งที่ทำให้คนรู้สึกประหลาดใจก็คือกระบี่ของจิ๋งจิ่วนั้นรวดเร็วอย่างมาก ออกทีหลังแต่กลับถึงก่อน!
ตรงกลางระหว่างเสาหินทั้งสองต้น กระบี่สองเล่มพบกัน ส่งเสียงดังสนั่น