ฉือเยี่ยนตกตะลึง
เขาคิดถึงไม่เลยว่าจิ๋งจิ่วจะเอ่ยถึงงานชุมนุมเหมยฮุ่ย แต่หลังจากนั้นกลับบอกว่าตนเองจะเข้าร่วมทดสอบกระบี่
คนอื่นๆ เองก็คิดไม่ถึงเช่นกัน บริเวณรอบป่าหินตกอยู่ในความเงียบแปลกๆ
ฉือเยี่ยนได้สติกลับมา เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันช่างน่าขันสิ้นดี จึงกล่าวว่า “ตอนนี้เจ้ามิใช่ศิษย์รุ่นที่สามอีกแล้ว ย่อมไม่อาจเข้าร่วมทดสอบกระบี่ได้”
จิ๋งจิ่วกล่าว เช่นนั้นข้าจะเข้าร่วมงานชุมนุุมเหมยฮุ่ยได้อย่างไร?”
ฉือเยี่ยนคิดในใจเจ้าเป็นอาจารย์รุ่นที่สองแล้ว หากคิดอยากจะไปงานชุมนุมเหมยฮุ่ยเพื่อโดนถงเหยียยหยามหน้า มันก็ย่อมมีทางอยู่ อย่างเช่นรับหน้าที่เป็นคนนำเหล่าลูกศิษย์ไปเข้าร่วมงาน
จิ๋งจิ่วกล่าว “หากมิได้เข้าร่วมทดสอบกระบี่ แล้วได้สิทธิ์ไปงานชุมนุมเหมยฮุ่ย หลายๆ คนคงรู้สึกไม่ยอมรับเป็นแน่”
ทุกคนคิดในใจ ที่แท้เจ้าก็รู้เหมือนกันนี่นา
แน่นอนว่าย่อมไม่มีใครอยากยอมรับจิ๋งจิ่ว โดยเฉพาะเหล่าลูกศิษย์ที่ฝึกฝนวิถีกระบี่ได้ไม่เลวและคิดอยากจะแสดงฝีมือของตน พวกเขายอมรับว่าจิ๋งจิ่วมีพรสวรรค์ทางวิถีกระบี่ที่สูงส่ง แต่ปัญหาคือเขาอายุยังน้อย สภาวะยังตื้นเขิน หากมิเป็นเพราะโชคดีเดินตามเจ้าล่าเยวี่ยขึ้นไปถึงยอดเขาเสินม่อ ไหนเลยจะกลายเป็นอาจารย์อาของพวกเขาได้?
“ดังนั้นข้าจึงต้องเข้าร่วม”
จิ๋งจิ่วมองไปทางตำแหน่งที่ศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างยืนอยู่ จากนั้นกล่าวว่า “ขอเพียงข้าชนะ ก็จะไม่มีใครที่ไม่ยอมรับอีก”
ครั้นได้ยิ