นประโยคนี้ ศิษย์ชิงซานพลันส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา ในใจคิดว่าคนผู้นี้ช่างโอหังสิ้นดี
ฉือเยี่ยนครุ่นคิดพลางกล่าวว่า “การจับฉลากจบลงไปแล้ว ตอนนี้จะจับฉลากใหม่ก็คงไม่ทัน”
จิ๋งจิ่วกล่าว “แค่เรียกชื่อก็พอ”
เจี่ยนหรูซานสามารถระบุชื่อเขาเพื่อท้าสู้ได้ เขาก็ย่อมระบุชื่อเพื่อท้าคนอื่นได้เช่นกัน
สายตาจำนวนมากมองตามสายตาเขาขึ้นไปบนแท่นหินที่สองที่อยู่บนหน้าผา
“ช่วยชี้แนะด้วย”
จิ๋วจิ่วมองคนผู้หนึ่งที่อยู่ในหมู่ลูกศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างพลางกล่าว
คนผู้นั้นรูปร่างค่อนข้างอ้วน มองแล้วให้ความรู้สึกไม่มีพิษไม่มีภัย
คนอ้วนผู้นั้นนามว่าหม่าหวา ชื่อมิได้สะดุดตาอะไร ในยอดเขาเหลี่ยงว่างเป็นอันดับที่สามสิบเจ็ด ก็มิได้สะดุดตาอะไรเช่นกัน
ศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างมีชื่อเสียงอย่างมาก แต่หลายคนกลับไม่รู้จักเขา แค่นี้ก็พอจะรู้ได้ว่าคนผู้นี้มิได้เป็นที่สนใจของใครเลย หรือพูดอีกอย่างก็คือถูกคนมองข้ามได้ง่าย
เสียงพูดคุยดังขึ้นมา เหล่าลูกศิษย์มิเข้าใจว่าเหตุใดจิ๋งจิ่วต้องเลือกท้าสู้คนผู้นี้
ส่วนเรื่องแพ้ชนะ…เวลานี้จิ๋งจิ่วยังอยู่ในสภาวะขั้นสมความนึกคิด ตามหลักแล้ว ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ของยอดเขาเหลี่ยงว่างคนใดก็ล้วนแต่เอาชนะเขาได้อย่างง่ายดาย แต่ก่อนหน้านี้ไม่นาน เจี่ยนหรูซานซึ่งเป็นศิษย์อันดับที่สี่สิบหกของยอดเขาเหลี่ยงว่างถูกหลิ่วสือซุ่ยเอาชนะได้อย่างง่ายดาย ใครจะรู้บ้างว่าจิ๋งจิ่วจะสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนอีกครั้งหรือเปล