่า
ลำแสงกระบี่วูบไหวเล็กน้อย หม่าหวามายังลานประลอง เขาส่งยิ้มมองจิ๋งจิ่ว ก่อนจะใช้เสียงที่มีเพียงพวกเขาสองคนที่ได้ยินกล่าวว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็นคนฟ้องเรื่องหลิ่วสือซุ่ย?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าไม่รู้”
สีหน้าหม่าหวาแปลกใจเล็กน้อย กล่าวว่า “เช่นนั้นทำไมเจ้าถึงท้าข้าสู้?”
เดิมเขาคิดว่าจิ๋งจิ่วคิดอยากจะแก้แค้นแทนหลิ่วสือซุ่ยเพราะคาดเดาความจริงของเรื่องราวได้
จิ๋งจิ่วมิรู้ว่าที่ยอดเขาซั่งเต๋อสงสัยหลิ่วสือซุ่ยว่ามีส่วนพัวพันกับการตายของจั่วอี้แห่งยอดเขาปี้หู เป็นเพราะหม่าหวาพบว่าคืนนั้นหลิ่วสือซุ่ยไม่อยู่ที่ถ้ำของตน
เขายิ่งไม่รู้ว่าหม่าหวาและกู้ชิงต่างทราบแล้วว่าคืนนั้นเขาก็ไม่อยู่เช่นกัน เพื่อจะปกปิดเรื่องนี้แทนเขา หลิ่วสือซุ่ยจึงดึงดันมิยอมปริปากบอกว่าตนเองไปไหนมา
เขารู้เพียงแค่ว่าคนอ้วนที่ไม่เป็นจุดสนใจผู้นี้คือกุนซือของยอดเขาเหลี่ยงว่าง ที่หลิ่วสือซุ่ยต้องเป็นเช่นนี้ก็น่าจะเป็นแผนของคนผู้นี้เช่นกัน
ที่สำคัญที่สุดก็คือนับตั้งแต่ตอนอยู่ที่ธารสี่เจี้ยน เขาก็ไม่ชอบคนอ้วนผู้นี้แล้ว
หม่าหวาหุบยิ้ม ก่อนจะมองเขาอย่างจริงจัง
สี่ปีมาแล้ว เขาพบว่าตนเองยังมองชายหนุ่มผู้นี้ไม่ออก และเป็นเพราะเหตุนี้ เขาจึงคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา จนถึงขนาดแสดงความเป็นศัตรูกับอีกฝ่าย
“ข้ารู้ว่าเจ้าจะต้องปิดบังความสามารถเอาไว้แน่ อย่างเช่นเรื่องที่ไม่เคยมีใครเห็นเจ้าขี่กระบี่ แต่ข้ามั่นใจว่าเจ้าขี่ได้นานแล้ว…