หลิ่วสือซุ่ยนั่งพิงเสาหิน ขาทั้งสองข้างกางออก โลหิตชโลมทั่วทั้งร่าง
ดวงตาแห่งความโกรธแค้นจำนวนนับไม่ถ้วนจ้องมองดูเขา แต่เขากลับไม่แยแสแม้เพียงน้อย หากแต่กล่าวอย่างเฉยชา “แล้วจะทำไม? ขอเพียงฆ่าเขาได้ อะไรข้าก็ยอมทำทั้งสิ้น”
กั้วหนานซานมองไปทางเจี่ยนหรูอวิ๋นที่กำลังถูกช่วยชีวิต กล่าวว่า “หากมิเป็นเพราะเขาไม่เคยสงสัยว่าเจ้าเรียนวิชามาร วันนี้เจ้าก็ไม่มีทางทำร้ายเขาได้เหมือนกัน”
“เขาย่อมไม่มีทางสงสัยข้า เพราะเขารู้ว่าข้ามิใช่คนแบบนั้น”
หลิ่วสือซุ่ยเหลียวหน้าอย่างยากลำบาก มองไปทางเจี่ยนหรูอวิ๋นที่กำลังสลบไสลมิได้สติ พลางกล่าวว่า “ตอนนั้นคนที่อยากกินตานปีศาจ คือเขาต่างหาก”
กั้วหนานซานส่ายศีรษะ กล่าวว่า “เรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว เหตุใดยังคิดจะทำลายความบริสุทธิ์ของคนอื่นอีก?”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าว “เมื่อสองปีก่อนตอนอยู่ใต้แม่น้ำจั๋ว เขาคิดอยากขโมยตานปีศาจ แต่ถูกข้าพบเข้า ข้าคิดอยากหยุดยั้ง แต่กลับถูกลอบโจมตี นี่คือความจริง ข้ามิได้ทำลายความบริสุทธิ์ของเขา”
กั้วหนานซานมองไปทางฉือเยี่ยน
ในเวลาสองปีนี้ ทางยอดเขาซั่งเต๋อเป็นผู้รับผิดชอบสอบปากคำหลิ่วสือซุ่ย ศิษย์ชิงซานคนอื่นๆ มิทราบรายละเอียดเลย
ฉือเยี่ยนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบร้อย “คำพูดโกหก ไม่จำเป็นต้องเชื่อถือ ดังนั้นพวกเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวด้วยสีหน้าเฉยเมย “เมื่อสองปีก่อน พวกท่านทรมานข้า ไม่ว่าจะเจ็บปวดอย่างไร ข้าก็มิยอมปริปาก