เพราะข้ารู้ว่าพวกท่านไม่มีทางเชื่อข้า เมื่อปีที่แล้วพวกท่านก็มาสอบปากคำข้าอีก ในที่สุดข้าก็ยอมเอ่ยปาก แต่คำพูดที่ข้าพูดพวกท่านก็ยังไม่เชื่อ ในเมื่อพวกท่านคิดว่าข้าเป็นคนเลวคนนั้นแล้ว เหตุใดยังต้องมาถามข้าอีก?”
ฉือเยี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันได้พิสูจน์แล้วว่าเจ้าเป็นคนกินตานปีศาจเม็ดนั้นไป”
เรื่องที่เกิดขึ้นใต้แม่น้ำจั๋ว มีเพียงหลิ่วสือซุ่ยและเจี่ยนหรูอวิ๋นสองคนเท่านั้นที่รู้ ไม่มีพยานคนอื่นอีก ตานปีศาจจึงเป็นหลักฐานเพียงหนึ่งเดียว
ผ่านไปสองปี เนื่องเพราะวิชาลับที่ประทับอยู่ในวิญญาณของหลิ่วสือซุ่ย จึงทำให้คนของยอดเขาซั่งเต๋อรวมไปถึงฉือเยี่ยนหาหลักฐานว่าเขากินตานปีศาจไม่เจอ
แต่วันนี้ ในที่สุดหลักฐานก็ปรากฏออกมา
หลิ่วสือซุ่ยพลันหัวร่อ อารมณ์ดูคุ้มคลั่ง
“ข้าไปแย่งตานปีศาจเม็ดนั้น…ตานปีศาจมันก็…เข้ามาในตัวข้าเอง…มันเข้ามาเอง…ข้าจะทำอย่างไรได้?”
เขามองกั้วหนานซาน ก่อนจะมองไปทางฉือเยี่ยนและศิษย์ร่วมสำนักที่ใช้สายตารังเกียจมองมาทางตน จากนั้นผายมือทั้งสองข้างพลางกล่าวถามว่า “หากเปลี่ยนเป็นพวกท่าน พวกท่านจะทำอย่างไร?”
ขณะที่ถามประโยคนี้ เขายังคงส่งเสียงหัวร่ออยู่ แต่มิรู้ตั้งแต่เมื่อไร บนใบหน้าเขาพลันเต็มด้วยหยดน้ำตา เศษฝุ่นและคราบโลหิตถูกชะจนเปรอะเปื้อน ดูคล้ายเศษดินโคลน
ภายในบริเวณนั้นตกอยู่ในความเงียบ หากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง หากเปลี่ยนจากเขาเป็นต