ัวเอง เช่นนั้นตัวเองควรจะทำอย่างไร?
เหล่าศิษย์ชิงซานถามคำถามนี้กับตัวเอง พวกเขาเองก็ตอบไม่ได้ นั่นเท่ากับว่ามีคำตอบแล้ว
เมื่อเห็นหลิ่วสือซุ่ยที่น้ำตานองหน้า หลายคนเกิดความรู้สึกเห็นใจ แต่กลับยังไม่ยอมเชื่อคำพูดของเขา
“ใส่ร้ายป้ายสี!”
“ศิษย์พี่เจี่ยนถูกเจ้าทำร้ายจนเป็นแบบนี้ เจ้ายังคิดจะทำลายชื่อเสียงของเขาอีก!”
“เจ้าคนไร้ยางอาย ฉวยโอกาสตอนที่ศิษย์พี่สลบมิสามารถพูดอะไรได้ ใช้วิธีต่ำช้าเช่นนี้ใส่ร้ายอย่างนั้นรึ!”
ศิษย์ของยอดเขาเหลี่ยงว่างและยอดเขาอวิ๋นสิงมิอาจทนต่อไปได้อีก พวกเขาพากันส่งเสียงด่าทอขึ้นมา
ในเวลานี้การช่วยเหลือของยอดเขาซื่อเยวี่ยได้เสร็จสิ้นลงแล้ว พวกเขายืนยันว่าอาการของเจี่ยนหรูอวิ๋นแม้นจะสาหัส แต่ก็น่าจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
ครั้นได้ยินคำพูดนี้ กั้วหนานซานและหลายๆ คนพากันถอนใจออกมา
หลิ่วสือซุ่ยเองก็ถอนใจ
ความอัดอั้นที่ทำให้เขาทนมาได้จนถึงทุกวันนี้ ในที่สุดมันก็ได้ระบายออกมาเสียที
เขาเตรียมตัวอย่างเงียบๆ มาเป็นเวลาสองปี ยอมเปิดเผยว่าตัวเองกินตานปีศาจเข้าไป ทั้งหมดก็เพื่อจะสังหารเจี่ยนหรูอวิ๋น
ทว่า เขาก็ทำไม่สำเร็จ
เขานั่งพิงเสาหินมิกล่าวกระไรอีก บนใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
……
……
ฉือเยี่ยนประกาศความผิดของหลิ่วสือซุ่ยต่อหน้าทุกคน นอกจากเรื่องกินตานปีศาจและฝึกฝนวิชามารแล้ว ยังมีเรื่องที่เขาพัวพันกับการตายของจั่วอี้แห่งยอดเขาปี้หูด้วย
ยอดเขาปี้หูมีศิษย์บางคนเดือดดาลขึ้