เหตุใดจึงมิรอให้เจี่ยนหรูอวิ๋นตื่นขึ้นมาก่อนแล้วค่อยถาม?”
คำพูดของนางเห็นได้ชัดว่ากำลังสงสัยเจี่ยนหรูอวิ๋น และยืนอยู่ข้างหลิ่วสือซุ่ย
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ศิษย์ของยอดเขาเหลี่ยงว่างและยอดเขาอวิ๋นสิงจึงอดสบตากันด้วยความโกรธไม่ได้
เจ้าล่าเยวี่ยสีหน้าเรียบเฉย มองดูพวกเขาพลางกล่าวว่า “พวกเจ้ามองอะไร?”
เหล่าศิษย์ของทั้งสองยอดเขาจึงได้สติกลับมา รู้ว่าพฤติกรรมของตนเองนั้นเสียมารยาทเป็นอย่างยิ่ง จึงพากันเก็บสายตาอย่างโกรธแค้น
“ยังมีอะไรให้ถามอีก? ทุกคนก็เห็นกันทั้งนั้นว่าตานปีศาจมันอยู่ในท้องของหลิ่วสือซุ่ย!”
เจ้าแห่งยอดเขาอวิ๋นสิงมองดูเจี่ยนหรูอวิ๋นที่ยังสลบไสลมิได้สติ ในใจรู้สึกโมโหถึงขีดสุด กล่าวตะคอกเสียงดัง
เจ้าล่าเยวี่ยยังคงสงบนิ่ง นางกล่าวว่า “แล้วจะทำไม? ข้าก็ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดี”
ไม่เห็นด้วยก็คือไม่เห็นด้วย
นางไม่เห็นด้วย หลิ่วสือซุ่ยก็ยังไม่ตาย
รอบป่าหินตกอยู่ในความเงียบ
ทุกคนต่างรู้ว่าหลิ่วสือซุ่ยน่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไป
แต่ปัญหาก็คือ การถูกขังอยู่ในคุกกระบี่มิได้เห็นเดือนเห็นตะวันไปตลอดชีวิตมันเป็นจุดจบที่ดีกว่าการตายจริงๆ อย่างนั้นหรือ?
จิ๋งจิ่วยังคงไม่กล่าวกระไร เพราะเขารู้ว่านี่หาใช่บทสรุปที่แท้จริงไม่
แล้วก็เป็นอย่างที่คาด
ปลายยอดเขามีเสียงเจ้าสำนักดังมาแต่ไกล
“ร้อยปีมานี้ ยอดเขาที่เก้าเพิ่งจะร่วมงานของชิงซานเป็นครั้งแรก…ขอยอดเขาซั่งเต๋อโปรดพิจารณาด้วย”
กระบี่สามฉื่อพลันสั่นสะเ