ทือน ไอเย็นยะเยือกสายหนึ่งแผ่กระจายออกมา
เสียงของหยวนฉีจิงดังกระจายไปทั่วทั้งยอดเขา ก่อนจะทิ่มแทงเข้าไปในหูของเหล่าศิษย์คล้ายกับน้ำแข็งย้อยก็มิปาน รู้สึกทรมานเป็นอย่างยิ่ง
“ยึดโอสถกระบี่ ตัดเส้นลมปราณ ล้างพิษของตาน ทำลายสภาวะ ขับออกจากชิงซาน ยอดเขาเทียนกวงเป็นคนจัดการ”
นี่คือบทสรุปสุดท้ายของหลิ่วสือซุ่ย
ยอดเขาซั่งเต๋อยอมถอยก้าวหนึ่ง ไม่ว่าใครต่างก็รู้ว่าเป็นเพราะเจ้าสำนักเอ่ยปาก”
เจ้าสำนักเอ่ยปาก ก็เพื่อไว้หน้าศิษย์สืบทอดของนักพรตจิ่งหยาง
เช่นนั้นเหตุใดเจ้าล่าเยวี่ยต้องออกหน้าช่วยชีวิตหลิ่วสือซุ่ยด้วย?
มีหลายคนคิดได้ว่าจะน่าเกี่ยวข้องกับจิ๋งจิ่ว
หลายคนยังจำถึงความสัมพันธ์ในอดีตของเขากับหลิ่วสือซุ่ยได้
ผู้ดูแลของยอดเขาซั่งเต๋อเข้ามาพยุงตัวหลิ่วสือซุ่ย ก่อนจะใช้โซ่กระบี่รัดแขนทั้งสองข้างของเขาเอาไว้
หลิ่วสือซุ่ยมองจิ๋งจิ่วที่อยู่บนแท่นตรงหน้าผา เขานิ่งเงียบไปครู่ จากนั้นจู่ๆ พลันตะโกนเสียงดังขึ้นมา “ข้าไม่ต้องการความเมตตาจอมปลอมของท่าน!”
จิ๋งจิ่วสีหน้าเฉยเมย เขายังคงมิกล่าวกระไร
“เวลาที่ข้าต้องการความช่วยเหลือที่สุด…ท่านอยู่ที่ได!”
“เวลาที่ข้าทุกข์ทรมานที่สุด ท่านอยู่ที่ได? ท่านไปแล้ว! ท่านจากชิงซานไปท่องเที่ยว!”
“ข้ารู้ว่าท่านจงใจหลบหน้า ทำไม? เพราะท่านกลัวจะล่วงเกินพวกเขาอย่างนั้นหรือ? หรือกลัวว่าพอเห็นสภาพอันน่าเวทนาของข้าแล้วจะทำตัวไม่ถูก?”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวอย่างโศกเศร้า “ใช่สิ ท