่านเป็นอัจฉริยะทางวิถีกระบี่ที่มีอนาคตที่สุดของสำนักชิงซาน ข้ามันเป็นแค่ศิษย์ที่ถูกทอดทิ้ง ยิ่งไปกว่านั้นระหว่างพวกเรามันเคยมีความผูกพันอะไรที่ไหนกัน? ท่านก็เป็นแค่แขกที่มาพักอยู่ที่บ้านข้าปีนึงเท่านั้น ตอนอยู่ที่ศาลาหนานซง อยู่ที่ธารกระบี่ พวกเขาใช้ข้ามาเยาะเย้ยท่าน เวลานั้นเกรงว่าท่านคงรู้สึกหงุดหงิดเวลาที่เห็นข้าใช่หรือไม่?”
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ
หลิ่วสือซุ่ยค่อยๆ สงบลง เขามองจิ๋งจิ่วที่อยู่บนหน้าผาพลางกล่าวอย่างจริงจังว่า “แต่ว่า ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าท่านจะ….”
เห็นได้ชัดว่าคำพูดเขาหยุดอยู่ตรงนี้ ทั้งๆ ที่ยังพูดไม่จบ
เพราะจิ๋งจิ่วยกมือขึ้นมา
คล้ายกับตอนที่อยู่ในหมู่บ้าน เหมือนกับตอนที่อยู่ศาลาหนานซงและธารสี่เจี้ยน
เพียงแค่ส่งสัญญาณมือ ส่งสายตา หลิ่วสือซุ่ยก็เข้าใจความหมายของเขา
จิ๋งจิ่วรู้สึกว่าเขาพูดมากเกินไป หนวกหู
หลิ่วสือซุ่ยหัวเราะอย่างน่าเวทนา มิกล่าวอะไรอีก
……
……
หลิ่วสือซุ่ยถูกผู้ดูแลของยอดเขาซั่งเต๋อคุมตัวออกไป จากนั้นอาจารย์ของยอดเขาเทียนกวงจะเป็นคนดำเนินการลงโทษอันโหดร้ายเหล่านั้น แล้วค่อยถูกขับออกจากชิงซาน
จิ๋งจิ่วมองดูเขาค่อยๆ เดินหายไปบนทางขึ้นเขา ยังคงมิกล่าวกระไร
สายตาจำนวนนับไม่ถ้วนจ้องมองมาที่เขา ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์หรือว่าเหล่าศิษย์ต่างกำลังคิดในใจว่าคนผู้นี่ช่างไร้ความรู้สึกจริงๆ
เจ้าล่าเยวี่ยพลันถามว่า “เขาคิดอย่างนั้นจริงๆ หรือ?”
จิ๋งจิ่วนิ่งเงียบไปคร