ู่ จากนั้นกล่าวว่า “ฝันว่าได้กลับไปชาติที่แล้วยังนึกสงสัยว่าตัวเองฝันอยู่หรือเปล่า จริงแสร้งทำเป็นเท็จ เท็จยังดูจริงเสียยิ่งกว่าจริง ข้าไม่แน่ใจ”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ทำไมเจ้าถึงไม่อธิบายกับเขาเสียหน่อย?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เจ้าก็รู้ ข้าเป็นเพียงแขกที่ไปอาศัยอยู่ที่บ้านเขาปีหนึ่งเท่านั้น ข้าให้เงินไปมากพอแล้ว”
……
……
แม้นจะเกิดเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้ ทว่างานชุมนุมซื่อเจี้ยนยังคงดำเนินต่อไป คล้ายดั่งชีวิตคนเรา
เจี่ยนหรูซานถูกหลิ่วสือซุ่ยโจมตีจนบาดเจ็บสาหัส ย่อมไม่สามารถสู้ต่อได้ คู่ต่อสู้ที่จับฉลากมาเจอกับเขาโชคดีได้ผ่านเข้ารอบที่สองไปโดยไม่ต้องสู้
ศิษย์คนต่อไปที่ลงชื่อเอาไว้เตรียมจะลงสนาม จิ๋งจิ่วพลันลุกขึ้นยืน
กลุ่มคนฮือฮาขึ้นมาเล็กน้อย
หลายคนคิดว่าเขาไม่มีหน้าจะนั่งอยู่ตรงนี้ต่อไป จึงเตรียมจะออกไปจากงาน
เจ้าล่าเยวี่ยย่อมต้องรู้ว่าหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ นางยิ้มเล็กน้อยพลางครุ่นคิด ไหนบอกตัวเองเป็นเพียงแขกที่เข้าไปพักอาศัยไง?
จิ๋งจิ่วเดินลงไปจากแท่นหิน มาถึงลานประลอง
เขาเงยหน้ามองดูป่ากระบี่ ก่อนจะพบว่าเสาหินเหล่านั้นมันสูงมากจริงๆ ตรงกลางมีเมฆม้วนตัวลอยล่อง ทำให้มองดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้านบนไม่ชัดเจน
เหล่าลูกศิษย์ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร เหตุใดจึงยืนอยู่ตรงนี้พลางแหงนหน้ามองฟ้า
ศิษย์ที่เตรียมจะลงสนามคนนั้นก็ไม่รู้เช่นกันว่าตนเองควรจะทำอย่างไร หรือต้องตะโกนบอกให้เขาถอยไป?
ฉือเยี่ยนเลิกคิ้วพลา